Just be yourself


Friday, December 4, 2015

You Don't Have to be Lonely (When You Travel Alone) : โดดเดี่ยว แต่ไม่เปลี่ยวใจ เที่ยวคนเดียวยังไงไม่ให้เหงา

หลังจากที่เราเขียนเล่าเรื่องทริปที่ไปเที่ยวยุโรปมาประมาณนึงแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องราวมันยังไม่จบแค่นั้น และจากประเทศ 4 ประเทศที่ไป เรายังเขียนไปได้แค่ประเทศเดียว เราก็จะพยายามเขียนออกมาให้เพื่อนๆ อ่านกันต่อไป อย่าเพิ่งเบื่อกัน รับรองว่ามีเรื่องสนุกๆ บ้าบอให้อ่านแน่นอน เหตุผลที่ต้องเขียนลงมาเพราะเราไม่อยากให้ความทรงจำต่างๆ ของเรามันเลือนหายไปโดยที่ไม่มีใครได้รู้ เราอยากจะเล่า และอยากให้มันเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจและความทรงจำร่วมกัน ถึงเราจะไม่ได้ไปด้วยกันก็ตาม

วันนี้เราอยากพูดถึงเรื่องนึงที่หลายคนน่าจะสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับคนที่มีความ Independent ในตัว หรืออาจอยากท้าทาย อยากออกไปเปิดโลกกว้าง อยากไปเที่ยวแต่เพื่อนแม่งช่วนยากเหลือกัน บางคนติดงาน ไม่มีเงินบ้าง นู่นนี่บ้าง ก็ไม่ต้องรอใคร เที่ยวคนเดียวไปเลย... เรื่องที่เรากำลังจะเล่าให้ฟัง พร้อมคำแนะนำนิดหน่อยก็คงหนีไม่พ้น "การเที่ยวคนเดียว" นั่นเอง

'Steps' taken in Budapest


เที่ยวคนเดียวมันเป็นยังไง?

เที่ยวคนเดียวสำหรับเราเป็นเรื่องที่สนุกและท้าทายมาก เพราะเมื่อก่อนเราเคยเป็นคนที่แค่จะไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทคนเดียวยังไม่กล้าเลย มีความเขินอายเบาๆ และมีความไม่มั่นใจ แต่แล้วพอโตมาเราก็อยู่กับตัวเองมากขึ้น ไปไหนมาไหนไม่ต้องมาคอยคนเยอะๆ ไม่ต้องมาเสียเวลาแบบว่า เออๆ รออีนี่ก่อน นู่นนี่นั่น ก็คนเดียวเลย เราเพิ่งมาเป็นแบบนี้ไม่นานมานี้ ว่าอยู่คนเดียวไปไหนเองมันสะดวกสบายและไร้กังวลจริงๆ แต่ก็มีบ้างที่เหงา เนื่องจากเราเป็นคนชอบคุยกับผู้คน ชอบรับแรงบันดาลใจมหาศาลจากการสนทนา บางครั้งการอยู่คนเดียวมากไปอาจหงอยได้ แต่มันแล้วแต่สถานการณ์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว "การเที่ยวคนเดียวแต่เจอเพื่อนระหว่างเดินทาง" คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

แล้วต้องระวังตัวมากแค่ไหน?

เรื่องนี้เราไม่ค่อยนึกถึงมากเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะสะเพร่าหรือไม่แคร์หรือมองโลกในแง่ดีมากเกินไปก็ได้ เราไม่ค่อยมานั่งกังวลว่าไปนู่นไปนี่คนเดียวเราจะเจออะไรมั้ย เราแค่รู้สึกว่าใจเราอยากไป มันก็ต้องไป เราไม่กลัวการที่จะไปไหนและทำอะไรทั้งนั้น ที่สำคัญที่สุดคือรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไร มีสติ แค่นั้นเอง ตอนเราอยู่สต๊อกโฮล์ม มีหลายครั้งที่เราต้องเดินกลับโฮสเทลคนเดียวตอนดึกๆ (ดึกมากเกือบเช้า ประมาณตี4) ใจจริงเราอยากให้เพื่อนมาส่งด้วย แต่ในเมื่อถ้ามันไม่มีใครแล้วเราก็ต้องดูแลตัวเอง เราเปิดแม็ปเดินจากผับกลับโฮสเทลแบบงงๆ ทางก็มืดๆ ไม่ค่อยมีคน แต่ตอนเราอยู่สวีเดนเรารู้สึกว่าประเทศเค้าปลอดภัยกว่าในไทยมาก ไฟที่ถนนมีตลอด ไม่ได้มืดจนน่ากลัวเหมือนหลายๆ ย่านในเมืองไทย เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องนึงของการเที่ยวก็คือ ถ้ามี smart phone ควรมีอินเตอร์เน็ต สำหรับเรามันจำเป็นจริงๆ อันดับแรกเลยคือแผนที่ ถ้าเรารู้ปลายทางของเราอยู่แล้ว แผนที่ช่วยได้หมด ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ มีเน็ตไว้ไม่เสียหาย อีกเรื่องนึงคือมันเอาไว้ติดต่อกับคนด้วย เราเคยตอนอยู่บูดาเปสต์กับเพื่อนฝรั่งที่เที่ยวด้วยกัน (ไปเจอกันอีกที เดี๋ยวเล่าให้ฟัง) แล้วต้องนัดกับพี่สาวเพื่อน ปรากฏว่าพอไม่มีอินเตอร์เน็ตนัดค่อนข้างลำบาก ด้วยเวลาที่คลาดเคลื่อนกันจึงทำให้การมารอที่ๆ นัดกันไว้อาจงงๆ ว่าเขาจะมาตอนไหน ถึงไหนแล้ว อะไรก็ตาม อินเตอร์เน็ตสำคัญจริงๆ

การซื้อซิมการ์ดเพื่อเล่นเน็ตที่ต่างประเทศ อันนี้ราคาแล้วแต่ประเทศจริงๆ อย่างตอนเราไปสวีเดน เราอยู่ 1 เดือน ซื้อแบบประมาณ 800 บาทไทย sms ฟรี โทรฟรีกี่นาทีจำไม่ได้ (ซึ่งไม่ค่อยใช้) และอินเตอร์เน็ตประมาณ 4 GB ถ้าหมดก็เติมใหม่ได้ ราคาไม่ได้แพงเว่อร์ ส่วนตอนเราไปอิตาลี ไปอยู่ประมาณ 7 วัน ซื้อซิมประมาณพันกว่าบาท มีเน็ต มีโทรและ sms อันนี้ค่อนข้างแพง แต่ก็แล้วแต่จะจัดการตัวเอง ลองเช็คราคาก่อนไปประเทศนั้นๆ ดู อย่าหวังพึ่ง free wifi มาก เพราะมันไม่ได้มีทุกที่ (ที่ปารีสมีที่ starbucks และแรงพอใช้ได้)

ถ้าเหงาทำยังไงดี?

แน่นอนว่าการเที่ยวคนเดียวยังไงก็ต้องเหงา ยิ่งเราเป็นคนชอบชิคอะแชท คุยเม้ามอยกับคน เรายิ่งเหงาง่าย เราเพิ่งมาค้นพบว่าความจริงแล้วเราไม่ได้ชอบอยู่คนเดียวไปซะทุกเวลาก็ตอนที่ไปอยู่ที่เมืองคาร์ลสตัดที่สวีเดน อยู่ในบ้านที่ไกลออกไปจากตัวเมือง และไม่ค่อยมีคน วันๆ อยู่แต่กับต้นไม้ ป่า บลูเบอร์รี่และทะเลสาป คนที่ชอบปลีกวิเวกอย่างเราถึงกับหงอยคาบ้าน ภายหลังก็มารู้ว่าจริงๆ แล้วกูเนี่ยชอบอยู่ท่ามกลางผู้คน และชอบรับแรงบันดาลใจมาจากการที่เห็นผู้คนเยอะๆ ทำนู่นทำนี่ สังเกตคน และจากบทสนทนาที่น่าสนใจ วันแรกที่เราไปถึงสต๊อกโฮล์มเราเอากระเป๋าไปฝากที่โฮสเทลก่อน เพราะยังเช็คอินไม่ได้ แต่ตอนนั้นเป็นเวลา 9 โมงเช้า และต้องกลับมาเช็คอินอีกทีบ่าย 2 ซึ่งพอเราเดินออกมาจากโฮสเทลหลังจากฝากกระเป๋าแล้ว สิ่งแรกที่คิดในหัวคือ "อีเหี้ยยยยย แล้วกูจะไปไหนเนี่ย???" หลังจากนั้นเลยนั่งรถไฟไปลงที่นู่นที่นี่มั่วๆ ถึงจะวางแผนมาบ้างแล้วว่าจะทำอะไร แต่ตอนนั้นคือเช้าไป เช้าเกินแพลน และเราเหงาจริงๆ ไปเดินเล่นที่เมืองเก่า gamla stan อยู่ประมาณชั่วโมงนึงก็หิว ซื้อแซนด์วิชเย็นๆ กับแฟนต้าแพงๆ มานั่งกินคนเดียว อ่ะ จะเล่าให้ฟังว่าหลังจากนั้นเราทำยังไง...

my two boys in Paris
สองหนุ่มที่เที่ยวด้วยกันที่ปารีส


แนะนำแหล่งหาเพื่อนดีๆ 

ในยุคสมัยที่มีอินเตอร์เน็ตมาเป็นหลักในการใช้ชีวิตของเราแบบนี้ คงจะหนีไม่พ้นการหาเพื่อนจากแอพและเว็บไซต์ต่างๆ เราจะแนะนำให้ฟังตามนี้.. แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าอันนี้แล้วแต่ที่สนใจเลยนะ (โปรดใช้วิจารณญาณในการ 'หา' คน) 5555

1. Couchsurfing
เว็บนี้แนะนำมากที่สุดในสามโลก เพราะเป็นเว็บสำหรับคนที่ชอบเที่ยวและอยากหาที่พักฟรี ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า couch-surfing ประมาณว่านอนบนโซฟาเค้าอะไรงี้ ก็คือว่าเราต้องสมัครเว็บนี้ก่อน ให้มีตัวตน ควรอธิบายอะไรในหน้า profile เราหน่อยเพื่อความมน่าไว้ใจ แล้วเราก็แค่หาว่าเราจะไปประเทศไหน เมืองไหน เช่นอยากไป Stockholm - Sweden ก็พิมพ์ไปตามนี้ เลือกว่าจะหาอะไร แล้วดูที่โปรไฟล์เค้า จะมีขึ้นตามนี้..

-Accepting Guests
อันนี้คือเค้ารับให้เราไปนอนที่บ้านเค้าได้ ซึ่งมันจะมีให้กดเข้าไปดูว่าบ้านเค้าเป็นยังไง ให้นอนบนโซฟา หรือมีห้องนอนให้ เค้าจะอธิบายอย่างละเอียดว่าเค้าสามารถรับได้กี่คน บ้านเค้ามีใคร มีสัตว์มั้ย มีอะไรเสนอให้เราได้บ้าง บางบ้านจะมีห้องให้นอนเลย มีผ้าปู มีผ้าห่ม คือทุกอย่างเราสามารถถามได้ ควรถามอย่างละเอียดเพื่อตัวเราเอง

-Maybe Accepting Guests
อาจจะรับให้เราไปนอนได้ อันนี้ต้องถามกันอีกที บางคนอาจไม่ว่างหรือไม่อยู่ช่วงนั้น ช่วงหน้าร้อนจะหายากมากเพราะพวกฝรั่งจะไปเที่ยวยาวๆ ที่ต่างประเทศกัน และเป็น high season ถ้ามีโฮสต์ เราก็ต้องลุ้นเพราะมีคนหลายคนอยากหาที่พักฟรีไม่น้อย

-Not Accepting Guests
ไม่รับแขกตอนนี้ แต่ถ้าสนใจโปรไฟล์เค้าจริง (บางคนเขียนโปรไฟล์น่าสนใจ และน่าแฮงเอาท์ด้วยมาก) ก็ส่งข้อความไปคุยกัน

-Wants to Meet Up
อันนี้เหมือนโปรไฟล์ของเราเอง คือเราไม่มีที่ให้ใครมานอนบ้านเรา แต่เราอยากพาเค้าเที่ยว เรายินดีพาเที่ยว ไปนู่นนี่ได้ แต่ต้องตกลงกันอีกทีว่าอยากไปวันไหน ทำอะไร นู่นนี่นั่น ข้อดีของเว็บนี้คือคนที่ชอบเที่ยวและชอบเจอผู้คนจะสามารถเจอคนเจ๋งๆ ใหม่ๆ จากทั่วโลกได้ และเป็นเพื่อนกันได้ไม่ยากเลย ขอบอกว่าคนที่เล่นเว็บนี้ ส่วนมากจะเป็นพวก open minded คือคุยง่าย ใจกว้างและชอบอะไรเหมือนๆ กัน เพราะคนที่ชอบเที่ยวลุยๆ ส่วนมากจะค่อนข้างมองโลกในแง่ดีนะ จากความคิดเรา

เราเจอเพื่อนเยอะมากจาก couchsurfing ที่ wants to meet up และแต่ละคนคือนิสัยดีมากกกกกก (เฉพาะคนสวีเดนนะ เพราะเราไม่มีเวลาเจอคนอื่นในประเทศอื่น) ทุกคนมีความอยากพาเที่ยวจริงๆ เอาใจใส่ เทคแคร์ดีมากๆ คนพวกนี้จะช่วยเราวางแผนก่อนมาเที่ยวได้ และใน cs เองจะมีพวกอีเวนต์ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งเราสามารถไปร่วมกับพวกเค้าได้ เพื่อหาเพื่อนใหม่ สังคมในเว็บไม่กว้างมากเลยเจอกันรู้จักกันง่าย อบอุ่นและไว้ใจได้ ที่เราไปสต๊อกโฮล์มมาได้ทั้งพักกับบ้านเพื่อนสวีเดนคนนึง ได้เพื่อนอีกคนพาเที่ยว อีกสองคนจากสวิสที่เพิ่งมาสต๊อกโฮล์ม เราเลยพากันเที่ยว และป้าอายุ 50  กว่าๆ ที่พาเราเที่ยว และอีกหลายๆ คนที่น่าสนใจและใจดีมาก ทุกวันนี้หลายคนในนั้นยังคงติดต่อกันอยู่ รักมากๆ

สุดท้ายแล้ว ความน่าไว้วางใจของ couchsurfing ควรจะดูจากโปรไฟล์ของคนๆ นั้น และดูที่ references เค้าจะมี feedback จากแขกของเค้า หรือคนที่เค้าเจอเขียนลงไปในนั้น ว่าคนๆ นั้นเป็นยังไง เราอ่านจากตรงนี้ได้ และอีกเรื่องนึงคืออยากให้คุยกันก่อน ส่งข้อความไป การคุยกันแค่นี้เราก็จะรู้ได้ในระดับนึงแล้วว่าเราควรไว้ใจเค้ามากแค่ไหน ประสบการณ์ของเราเคยไปนอนที่บ้านสาวที่สต๊อกโฮล์มคนนึงมา นางใจดีมาก น่ารักมากๆ บ้านเค้ามีห้องให้เรานอน และได้นอนบนเตียงใหญ่ ไปถึงเค้าก็ปูผ้าให้เรา พาเราไปเที่ยว (ถ้าพวกนี้มีเวลาเค้าจะพาเราเที่ยวได้) หรือแม้กระทั่งชวนกันทำอาหาร และสิ่งนึงที่น่าประหลาดใจคือ นางกล้าทิ้งเราไว้ในอพาร์ทเมนต์นางคนเดียว โดยที่ในห้องก็มีคอม มีของนู่นนี่นั่น และไม่กลัวว่าเราจะขโมยของหรืออะไรเลย ซึ่งเราไม่ทำอยู่แล้ว แต่ที่เรางงและทึ่งกับการที่นางไว้ใจเราก็คือ อะไรทำให้นางไว้ใจกูขนาดนี้วะเนี่ยยยยยย อ้อ.. อีกอย่างนึงก็คือ เดี๋ยวนี้เว็บ couchsurfing เริ่มแอบจะเป็น dating site กลายๆ สำหรับใครบางคนแล้ว มีหลายคนที่หวังอะไรจากเว็บนี้ไม่น้อย อันนี้ก็สุดแล้วแต่จะคุยกัน แต่หลายคนไม่ค่อยพอใจที่เว็บนี้มันเหมือนเว็บหาคู่ไปซะทุกที ถ้าคุณมีโปรไฟล์ในเว็บนี้ ขอบอกเลยว่าระวังพวกผู้ชายแขกแมสเสจมาชวนเที่ยว... ไม่ต้องไปตอบมัน เอาที่สบายใจ เว็บนี้ยังมีคนดีที่น่าสนใจอีกเยอะ เชื่อเรา

2. Tinder
อย่าเพิ่งด่าเรา 5555 แต่สมัยนี้ไม่มีใครไม่เล่นทินเดอร์ หรือว่าไม่จริง? โอเค 99% ของคนที่เล่นแอพนี้ คือหาคู่ (คู่นอน คู่เที่ยว และอะไรก็ว่าไป) แต่ขอบอกว่าอีพวกที่บอกว่า "ชั้นเล่นทินเดอร์เพื่อหาเพื่อนเท่านั้นนะ โน dating" ขี้โม้ทั้งนั้นค่าาาาาาาาาาาาาาาาาา อ่ะ เข้าเรื่องกัน เราใช้ทินเดอร์ที่สวีเดน (และทุกที่) และเจอเพื่อนที่น่าสนใจเยอะ ซึ่งเอาจริงๆ เราไปถึงประเทศนั้นๆ แล้ว ใจนึงเราก็อยากหาเพื่อนเที่ยวแน่ๆ และผลพลอยได้อื่นนอกจากนั้นก็แล้วแต่สวรรค์จะโปรดมา บางครั้งเราสามารถเจอคนดีๆ จากแอพนี้ได้ และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ด้วย

อยากเล่า : ทินเดอร์ทำให้เราเจอเพื่อนคนนึงที่ต่างจังหวัดของสวีเดน วันนั้นเรานัดกันไปเที่ยว และนางก็พาเราไปเที่ยวจริงๆ พาไปนั่งเรือชมเมือง ไปสวนสัตว์ พาไปบ้านเจอพ่อแม่ ไปกินเค้ก กินพิซซ่า และขับรถพาเราไปเล่นน้ำที่ทะเลสาป ขอบอกว่าบางครั้งชีวิตเราก็เจอคนวิเศษๆ ได้โดยไม่ได้ตั้งใจ และถ้าสงสัย เราก็จะตอบให้ว่า คนนี้เป็น 'เพื่อน' จริงๆ ที่เจอจากทินเดอร์ ไม่ใช่คู่นอนหรือคู่เดทอะไรทั้งนั้น

3. Okcupid 
แอพนี้ชื่อน่าเกลียดมากๆ เราเกลียดมันตั้งแต่ชื่อ และเวลาเปิดแอพขึ้นมาก็ต้องหลบๆ คน เพราะอายชื่อ 555 ไม่ต้องสงสัยว่าแอพนี้คืออะไร ดูจากชื่อก็น่าจะเข้าใจว่ามันคงคล้ายกับทินเดอร์ โดยส่วนตัวแล้วตัวเราเจอเพื่อนดีๆ จากแอพนี้เยอะมาก และที่สวีเดนเราเจอกับเพื่อน 2 คน คนนึงกลายมาเป็นเพื่อนจริงๆ เพื่อนที่ดีและดีใจมากที่ได้เจอนาง เราก็ไม่ได้อยากแนะนำมาก ถ้าใครที่ไม่ได้อยากจะหาใครคงไม่ได้อยากโหลดแอพแบบนี้ แต่แค่บอกว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งทางที่ทำให้เจอคนใหม่ๆ ได้ บางครั้งเราไม่ได้มีโอกาสรู้จักคนที่เราเดินผ่าน หรืออยู่ๆ จะเดินไปทักใครว่า "เธอๆ เราเหงา ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ" ยอมรับเถอะว่าแอพแบบนี้มันก็มีดีเหมือนกันแหละน่า

อยากเล่า : เพื่อนที่เราเจอจากแอพนี้ ที่เป็นคนสวีเดน นางใจดีมาก เราจะเสียใจมากถ้าไม่ได้รู้จักกับนาง บางครั้งก็แปลกดีเนอะชีวิตพาใครดีๆ เข้ามาให้รู้จักเยอะเหมือนกัน เพื่อนคนนี้มาหาเราวันแรกที่เราไปถึงสต๊อกโฮล์ม เป็นคนแรกที่พาเราไปเที่ยว ไปดูนู่นนี่ นั่งกินสลัดกันริมน้ำ มองเป็ด มองเมือง พาไปบาร์ไวกิ้งที่เราจะไม่มีวันรู้จักถ้าไม่เจอนาง... และตอนนี้ยังติดต่อเป็นเพื่อนกันอยู่ มีการคุยติดต่อกันตลอด

4. Facebook
สมัยนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเฟสบุคกันถ้วนหน้า เรามีเรื่องราวที่น่าประทับใจเรื่องนึงที่อยากเล่าให้ฟัง แต่จะเล่ายาวๆ ในบันทึกต่อๆ ไป คือเรื่องของการเจอเพื่อนต่างชาติ แปลกหน้า ไม่เคยรู้จักกันมาก่อ นไม่มีเพื่อนร่วมกันใดๆ ทั้งสิ้น แต่เจอโดยบังเอิญในเฟสบุค เราจะเล่าย่อๆ แล้วกันว่าเราเจอ 'อลิซ' เพื่อนชาวอิตาลีจากการที่นางมาแอดเราในเฟสเมื่อ 4 ปีที่แล้วโดยไม่มีเพื่อนร่วมกันแม้แต่นิด สาเหตุคือ เรากดไลค์เพจวงดนตรีที่ชอบเหมือนกัน และเราคงไปเม้นอะไรในเพจนั้น อลิซเลยสนใจและแอดเรามา แรกๆ เราไม่ได้คุยอะไรกันมาก แต่ก็ดูออกว่าอลิซเป็นคนที่มีความสนใจในหลายๆ เรื่องเหมือนเรามาก ไม่ว่าจะเป็นดนตรี ศิลปะ และอื่นๆ เราคุยบ้างไม่คุยบ้างมาตลอด 4 ปี จนหลังๆ เรามีการแลกที่อยู่ส่งจดหมายและส่งของหากัน (penpal) จนวันนึง เราเอ่ยปากว่าเราจะไปเที่ยวยุโรปคนเดียว และจะไปบูดาเปสต์ อลิซบอกว่าเคยไป และอยากไปด้วย และในที่สุดเราก็ไปเจอกันที่บูดาเปสต์ หลายคนประหลาดใจว่าทำไมเรากล้าไปเจอ กล้าเที่ยวคนเดียวก็ดูกล้าพอแล้ว นี่กล้าไปเจอเพื่อนในเน็ตที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย ทำไม? เรารู้สึกว่า คนเราสมัยนี้ ต่อให้ไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่การได้คุยกัน เชื่อมโยงต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ตและหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นการคุยทาง skype หรือการส่งจดหมายแลกเปลี่ยนความรู้สึกผ่านสิ่งของ เราว่ามันพอจะบอกได้ถึงความจริงใจและความรู้สึกบางอย่าง ถึงแม้อาจจะไม่ทั้งหมด แต่เรารู้สึกไว้ใจและอบอุ่น และเราก็ 'เลือก' ที่จะให้เค้ากลายเป็นเพื่อนของเรา และนาทีแรกที่เราเจอกัน เราไม่รู้สึกแปลกใหม่เลย เพราะเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว :)

ข้อแนะนำ : หลายคนชอบถามว่าเราหาเพื่อนได้ยังไง ถ้าสำหรับเฟสบุค บอกเลยว่ามันไม่ง่าย เคสอลิซนี้เราว่ามันเป็นโชคชะตาจริงๆ ไม่ได้งมงายเรื่องพวกนี้นะ แต่เราเคยพยายามจะลองหาเพื่อนใหม่คนอื่นจากประเทศอื่นๆ มันไม่ง่ายเลย เพราะการที่เราจะไปเจอใครจากเพจไหน แล้วแอด แล้วพยายามคุยทางข้อความ มันไม่ใช่ทุกคนที่จะคุยตอบกับเราและยอม connect กับใจเราง่ายๆ เรื่องแบบนี้อยู่ที่จังหวะ โชคชะตา แต่ถ้าอยากได้เพื่อนเร็วๆ จริงๆ ย้อนไปที่ข้อ 1 2 และ 3

me and Alice in Budapest 
เรากับอลิซ 


5. โชคชะตาฟ้าลิขิต (หรือความแรนด้อม)
เราเชื่อว่าการที่เรารู้จักกับใครสักคน เจอกับใครสักคน และคนนั้นกลายมาเป็น 'คนๆ นึง' ในชีวิตเรา ที่ไม่ใช่แค่ผ่านพ้นไป มันคือโชคชะตาจริงๆ มันอาจดูเป็นความบังเอิญ แต่ก็เหมือนบนฟ้าอาจตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น ตอนเราอยู่ที่บูดาเปสต์กับอลิซ เพื่อนของอลิซคนนึง (ที่อลิซเจอและทำความรู้จักบนรถไฟตอนมาที่เมืองนั้น) พาไปเที่ยวผับแนวๆ ที่วัยรุ่นชอบไป คืนนั้นเราไปกัน 3 คน แต่อยู่ไปอยู่มากลายเป็นมีเพื่อนเป็นสิบๆ คน และหนึ่งในนั้นกลายเป็นเพื่อนที่พาเราเที่ยวทุกวันในปารีส (ทริปถัดมาที่ต้องเที่ยวคนเดียวอีกครั้ง) เราชอบวันนั้นมาก คือพวกเราไปกัน 3 คน แต่ไปๆ มาๆ พอเรานั่งลง มีคนเดินไปเดินมา เราก็ชวนคุย ชวนมานั่งด้วย ชวนกินเบียร์ ชวนเล่นเกม นู่นนี่นั่น จนเรารู้จักเพื่อนใหม่เยอะมาก และมาจากทั่วโลก เราเจอเจเรมี่ หนุ่มฝรั่งเศสที่มากับเพื่อนสาวสองคน เจเรมี่กำลังเมานิดๆ พวกเราเกรียนๆ กันได้ที่ จนสุดท้ายเราคุยกันเรื่องแผนที่ และทางกลับโฮสเทล เราพูดกับเจเรมี่ว่าเราจะไปปารีสในอีกสองวันข้างหน้า ไปคนเดียว เจเรมี่มาจากปารีสเลยให้เบอร์โทรและอีเมลกับเราไว้ เราคิดในใจว่ามันคงเมา หลังวันนี้มันคงลืมแล้วมั้ง แต่แล้วพอเราไปถึงปารีส คนที่มารับเราและพาขึ้นรถไฟไปที่โฮสเทลก็คือเจเรมี่ ทุกอย่างเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นสำหรับเราและน่าประทับใจมาก จากที่ไม่เคยแพลนว่าจะไปไหนทำอะไรในปารีส กลายเป็นว่าเจเรมี่ลางานเพื่อมาพาเราเที่ยว 4 วัน พาไปดูนู่นนี่ พาไปกินนั่นนี่ ช่วยเหลือทุกอย่าง และในสี่วันนั้นเราก็เจอกับเพื่อนอีกคนที่พักที่โฮสเทลเดียวกัน หลังจากนั้นเราสามคนเลยเที่ยวสนุกกันตลอดทริป เป็นความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมเลยจริงๆ

ท้ายที่สุดแล้ว การออกเดินทางสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม หรือกับใครก็ตาม มันไม่ได้สำคัญว่าเราจะเก็บประเทศได้เยอะแค่ไหน แต่สำหรับชีวิตเราและความคิดเรา  เราว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสิ่งที่เราเจอระหว่างการท่องเที่ยว วิวสวย เมืองสวยก็เป็นอีกเรื่องนึ แต่ที่เราประทับใจมากที่สุดและมีอิทธิพลต่อเรามากที่สุดก็คือมิตรภาพและการปฏิสัมพันธ์กันของมนุษย์ เราชอบในความที่คนเราหาจุดเชื่อมต่อเข้าหากันได้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดผ่านทางคำพูด วิธีที่มนุษย์ทำความรู้จักกันมันมีเสน่ห์และเป็นปริศนาให้น่าค้นหาอยู่ตลอดเวลา

all new friends I made in Budapest!
เพื่อนใหม่ๆ ที่บูดาเปสต์คืนนั้น


ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ อาจไม่ได้ทำให้ใครถูกใจมากนัก (เพราะแม่งมีพวกแอพหาคู่ด้วย 5555) แต่คิดว่าอย่างน้อยน่าจะได้ให้อะไรกับคนอ่านได้บ้าง ช่วงนี้เราหาเวลาเที่ยวไม่ได้เลย แต่ในหัวพยายามคิด วางแผนและเก็บเงินอยู่ตลอด และคิดว่าปีหน้าเราจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง อาจไปคนเดียว หรืออาจมีคนตามไปด้วยก็ได้ :)

ปล. ใครอยากมีกิ๊ก พูดเลยว่าไปคนเดียวสบายที่สุด ไม่ต้องเกรงใจใคร 55555555555


อ่านมาถึงตรงนี้กันแล้ว มีใครยังไม่อ่านตอนก่อนๆ บ้าง? 
รีบอ่านเลย ตั้งแต่ตอนแรกเลยก็ดี :)

ตอนที่ 0 (แรกสุด)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-0.html

ตอนที่ 1-1
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1.html

ตอนที่ 1-2
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1_7.html

ตอนที่ 1-3 (เรื่องรักๆ ตอนแรกสุด)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1_9.html

ตอนที่ 1-4 (เรื่องรักๆ ตอนที่สอง)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/part-2-stories-of-wild-heart-in.html

จากเด็กเมืองสู่เด็กฟาร์ม... ที่อุปซอลา, สวีเดน ภาค 0
http://mayajett.blogspot.com/2015/10/0-deep-in-woods-in-uppsala-sweden-part-0.html

จากเด็กเมืองสู่เด็กฟาร์ม... ที่อุปซอลา, สวีเดน ภาค 1

http://mayajett.blogspot.com/2015/10/1-deep-in-woods-in-uppsala-sweden-part-1.html

ตอนล่าสุด.. ชีวิตน่ารักๆ ในฟาร์มที่อุปซอลา, สวีเดน
http://mayajett.blogspot.com/2015/11/deep-in-woods-in-uppsala-sweden-part-2.html


No comments:

Post a Comment