Chillax,babe

Will circle your island, 'til I find your bay

25 ตุลาคม 2557

MAYAJETT THE TRAVELLING LIFE / FUKUOKA, JAPAN / ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ฟูกุโอกะ PART 2


M A Y A   J E T T
T H E   T R A V E L L I N G   L I F E

PRESENTS,

F U K U O K A,  J A P A N

P A R T  1

"ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ฟูกุโอกะ"

[For those who wants to view the picture, click the pic to enlarge]
- คลิก ที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ -

English Version, Later!!!!


กลับมาอีกครั้งกับ Part 2 ของบันทึกการท่องเที่ยว ณ ฟูกุโอกะ 
ประเทศญี่ปุ่น.. คือหายไปนาน นานเป็นเดือน ต้องขออภัยสำหรับคนที่รอ
และบางคนอาจจะลืมไปแล้ว ว่าอิชั้นไปเที่ยวญี่ปุ่นมา
หรือบางคนไม่สนใจ ไม่เป็นไร ยังไงก็จะเขียน ไม่งั้นคาใจ!
เอาล่ะ จะไม่บ่นมากแล้ว มาดูรูปกันต่อดีกว่า แล้วจะเล่าไปด้วย 

........................................................


วันที่สอง เราก็ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวที่วัดแห่งหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงพอสมควร
ในฟูกุโอกะ ซึ่งชื่อของมันคือ... Dazaifu น่าจะออกเสียงได้ได้ว่า ดาไซฟู 
เรากินอาหารเช้ากันที่ Guesthouse ที่นี่มีพนักงานคนไทยที่มาฝึกงานมาเฝ้าตอนกลางวัน
เป็นเด็กนักเรียนไทยที่เรียนอยู่ที่นี่ (ไม่รู้ว่าเล่าไปเมื่อตอนก่อนรึยัง)
และที่นี่ คนไทยก็มาพักกันเยอะพอสมควร ภาพบนคือภาพชั้นวางหนังสือ
ของที่นี่ ถ้าสังเกตดีๆ มุมขวาบน มีใครก็ไม่รู้ เอาเจ้า totoro มาวางไว้

และแล้ว 10 โมง.. เราก็ออกเดินทาง
โดยมีแฟนของคุณอาที่เป็นคนญี่ปุ่น อาสาพาพวกเราเที่ยว..เย้ 


เมื่อเรามาถึง.. จะมีเมืองเล็กๆ ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร 
แต่บรรยากาศน่ารักมาก มีร้านค้าน่ารักๆ ร้านขนม 2 ข้างทาง 
ตลอดการเดินทางไปยังวัด ซึ่งที่นี่ก็ยังมีร้าน Starbucks ที่มีกิมมิค ไม่เหมือนที่อื่นด้วย
แต่เราไม่ได้เอารูปมาลง เพราะงั้น... อดคร่า (รีวิวประสาไรวะเนี่ย) 


วันนี้คนเดินเรื่อยๆ ไม่ได้เยอะเกินไป แต่ก็ถือว่าเยอะ 
ระหว่างการเดินเข้าไปยังวัด ก็มีต้นไม้ใหญ่อยู่รอบๆ เราชอบมาก
เพราะต้นไม้ที่นี่ใหญ่ และสวยงามจริงๆ ดูมีชีวิตชีวา แอบคิดว่าแตกต่าง
จากไทยตรงที่ ต้นไม้ในไทย มันดูเหมือนถูกบังคับให้มีชีวิตอยู่ (ในเมือง)
ทั้งๆ ที่มันก็..คงไม่ได้อยากอะนะ แต่ต้นไม้ที่นี่สวยจริงๆ
และที่สำคัญ คือมีมอสเขียวๆ เกาะ ปกคลุมอยู่ทั่วต้น ยิ่งดูอุดมสมบูรณ์เข้าไปใหญ่
เราก็ไม่รอช้าแอบเอามือไปลูบๆ ดู อืมมม นิ่มดีจัง


บรรยากาศรอบๆ 


สิงห์เฝ้าวัด


สวยจัง


เราหยุดแวะให้อาหารปลา ที่นี่มีเครื่องขายอาหารปลา สะดวกดี 
เห็นว่าที่เมืองไทยก็เริ่มมีกันแล้ว คือไม่เเคยเห็น มันก็เก๋ไปอีกแบบ
แต่ไม่ได้ถ่ายมาอีกเช่นเคย อด อ่อ ลืมไป ให้อาหารปลา แต่ทำไมมีรูปนก
เพราะว่านกพิราบมันก็เสล่อมาทุกที่แหละเนอะ แอบมาแย่งปลากิน อิอิ


ความอุดมสมบูรณ์รอบๆ 



ระหว่างทางเดินเข้าไปยังวิหาร (หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่)


คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
แถมอากาศก็ร้อนด้วย แดดร้อนจริง 
แต่ก็ยังไม่ร้อนเท่าไทยอยู่ดี 


มุมมองผ่านหลังกวาง


Holy water 


แอบถ่ายสาวญี่ปุ่น


ขอพรกันใหญ่เลย


หลังจากนั้น เราก็เดินๆ ไปหลังวัด.. ก็เจอกับธรรมชาติที่สวยงาม
คืออยู่ๆ ก็มีโซนที่เหมือนจะเป็นป่า เราก็เดินขึ้นไปดู
ชอบมาก มันมืดๆ เหมือนอยู่ในป่า เขียวๆ เย็นๆ
ขึ้นไปก็เจอแบบนี้...


ชอบเลย..
แต่ก็แอบมียุงนิดหน่อย
แต่ว่ามันสวยมาก รู้สึกดี สงบจิตใจดี ที่มีป่าอยู่ในวัด


Selfie!


ป่านี้เราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นป่าจริงๆ มั้ย แล้วป่าใหญ่แค่ไหน 
เพราะเราเดินอยู่แค่วงแคบๆ แล้วก็เจอศาลเจ้า ไม่รู้ว่าเค้าเรียกกันยังไง
แต่ว่าเป็นเหมือนศาลเรียงๆ กันเยอะๆ สวยมากๆ



ตามภาพนี้เลย.. 
พยายามเก็บภาพมาเป็น Panorama ก็ได้แค่นี้ 555


หลังจากนั้นก็สำรวจต่อ 
มีป้ายหิน ที่อ่านไม่ออก แต่ก็ชอบความสวยของมัน


ป้ายสวยอีกแล้ว
(บางรูป ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร ขออภัยด้วย)


และแล้วเราก็เดินมาถึงตรงที่สวยๆ กัน 
ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไรนะ เราขอโทษที่ทริปนี้ไม่ได้ทำการบ้านมาเลย
เพราะเป็นทริปที่แบบว่า เฮ้ยไปญี่ปุ่นเหรอ ไปๆ เมืองอะไรก็ไปค่าาา
เนื่องจากมีคนจัดการให้หมด นั่นคือแม่ และอา บลาๆๆ 
ก็เลย.. แรนด้อม ไปไหนก็ไป ชื่อสถานที่ยังไม่ค่อยรู้เลย


Selfie just in the perfect time,
YAWNNNNNNNN


ร้านค้าขายของที่ระลึก
เราได้เครื่องรางมาอันนึง แฟนอาซื้อให้ เป็นสีแดงน่ารักๆ 
เค้าบอกว่า จะให้โชคด้านการเรียน (เราเลยถือโอกาส เหมารวมไปเรื่องทำงานด้วย)
เนื่องจากทริปนี้ เป็นทริปที่คาบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ของชีวิตช่วงนึง คือคืนที่จะเดินทาง เป็นคืนแห่งความ complicated 
เพราะว่าเพิ่งจะลาออกจากงาน อย่างไม่ค่อยเต็มใจ 
และความรู้สึกหลายๆ อย่างมันติดค้างในใจ 
(เอาเป็นว่าไม่พูดเรื่องแย่ๆ ในนี้ดีกว่านะ อยากด่าชิบหาย แต่พอๆ 555)


หลังจากที่เราเที่ยววัดเสร็จ 
เอิ่ม.. จะว่าไปก็ไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับวัดเท่าไหร่เลย 
เอาเป็นว่าก็ไปมาแล้วละกัน 555 
เรามาต่อกันที่ร้านขนมของญี่ปุ่น ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร
แต่ที่ร้านน่ารักดี มีสวนหลังร้านให้ออกไปนั่งได้ แต่อากาศร้อนไม่เอื้ออำนวย
เราเลยต้องมานั่งด้านใน และขนมที่ว่า ก็เป็นเหมือนแป้งที่เอาไปปิ้ง ใส้ถั่วแดง
แล้วก็มีชาเขียว เข้มข้น และบ๊วย

ขอบอกว่าบ๊วย อร่อย แต่..
เค็มและเปรี้ยวมากกกกกกกกกกกกครัชพี่น้อง
คือ ต้องทำปากเป็นรูป * เลยอะ!!!


บรรยากาศในร้าน ถ่ายมามุมเดียว ถถถถถถ


ร้านตรงข้าม ขายของมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริิ้ง 


และเราก็กินไอติมมมม เย่


น่ากินไหมคะ

.........................................................

เอาล่ะ! หลังจากการเที่ยวที่วัน Dazaifu แล้ว
เราก็นั่งรถไปเที่ยวกันต่อที่ Marine World พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดของที่นี่
โดยเราจะต้องนั่งเรือเพื่อไปยังที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ 
เราดีใจ และอยากไปดูเหล่าปลา และสัตว์น้ำต่างๆ มาก
เพราะชอบสัตว์น้ำ มันน่ารักมาก


พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่นี่ค่อนข้างใหญ่พอสมควร
แต่จากที่เคยได้ไปที่ Siam Ocean World ที่ Siam Paragon มาแล้ว
เราว่าที่พารากอนมีอะไรเยอะกว่า เจ๋งกว่า ในบางมุม
แต่ที่นี่ก็มีกิมมิค และจุดเด่นในเรื่องนึง คือ... มีโชว์ปลาโลมา!


ที่นี่นั่นเองงงงงง



ปลาโลมาน่ารักมากกกกก ดูแล้วชอบมาก
มันฉลาดมากๆ คือ ก็ไม่รู้ว่ามันรู้สึกยังไงนะ 
แต่ดูมัน happy ดี๊ด๊าดี ดูแล้วชอบจริงๆ 


สัตว์เลี้ยงใหม่คร่ะ


อันนี้เป็นบรรยากาศข้างนอกพิพิธภัณฑ์
สววยมาก ชอบมากจริงๆ ติดทะเลด้วย


ชอบรูปนี้เป็นพิเศษ 
เพราะบังเอิญเหมือนรูปวาดของศิลปินญี่ปุ่นคนนึง ซึ่งคือใครไม่รู้
เคยเห็นใน pinterest 


สวยจุงเบย 


เด็กๆ มานั่งเล่น


เรือของข้าเอง


Just hanging out

.........................................................

แล้วหลังจากนั้น เราก็กลับเข้าเมืองกัน ซึ่งพวกเราก็กำลังจะไปกินมื้อเย็นกัน
ที่ร้านอาหารอิตาเลียน จำชื่อไม่ได้ละ แต่ว่าอยู่ใกลกับ Hakata Station 
เราจองห้องแบบ Private เป็นห้องที่มีคาราโอเกะ เจ๋งมากๆ 


เพดานห้อง ชวนให้แดนซ์มั้ยล่ะคระ


เบลอๆ กันไป

เรากินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย และแฟนของอา (ที่เป็นคนญี่ปุ่น)
ก็ร้องคาราอเกะ เป็นเพลงของญี่ปุ่น เสียงเพราะมาก 
ทุกคนยุให้เราร้อง ก็เลยร้องด้วย แต่อิชั้นก็ร้องเพลงเบสิคๆ มากกกก
นั่นก็คือเพลง Kiss Me.. อุ๊ย อายจังเลยอะ 55555

พอเสร็จจากมื้อเย็นของเรา ก็ค่ำละ
แล้วก็กลับที่พักกัน หลังจากเหนื่อยมามากแล้ว
วันนี้สนุกจริงๆ เรื่องเล่าทั้งหมดก็มีแค่นี้ ไม่มากนัก 
แต่ก็มีรูปให้ชมกันเพลินๆ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดู ก็เชิญดูวีดีโอกัน
ตามลิงค์นี้ไปเล้ยยยย

ขอจบด้วยภาพนี้ละกัน
The Teaching of Buddha, 
อยากอ่านมากๆ แต่มันเป็นภาษาญี่ปุ่นนนน


บ๊ายบาย เจอกันอีกที ตอนที่ 3 เร็วๆ นี้ !

................................................................

More about my traveling stories...
สำหรับตอนเก่าๆ สามารถติดตามได้ที่


And many more, look on my blog !


23 ตุลาคม 2557

I'll follow you, deep sea baby

I think sometimes it's so good to meet some old friends or some people
who inspire you in some, and so many ways

I recently met some important people of my life and after I had the day with her
I came home with a lot of good and awesome ideas of making a new projects,
it feels so wonderful to talk to people who always support you and excited about your plans
it's so wonderful to dream your dream together with someone awesome,
it feels like it's going to be real soon,

Yeah as an artist (of something) I think I have a lot of great ideas in my head right now
and I can't wait to make it real, I am proud of what I'm doing, even though sometimes
it just can't please everyone you wanted. Like, if that person doesn't like your work,
but you wish she would, but no... I'll just feel sad for a days but then I realized
I should continue and never stop what I'm going to do.
Sometimes something doesn't matter at all..
just being yourself and do what you love, that's what important.

I don't know what else to say now..

20 ตุลาคม 2557

Releasing my new picture book "Our Water Hours"



Hello folks,

well it's been a while again I haven't updated my lovely blog.. I guess I should continue
writing about my latest trip in Fukuoka, Japan, but too bad, I'm lazy and other reason is
I have just finished this lovely baby, a little picture book called "Our Water Hours"
you can guess this name is from the song I shared on my previous post, yes
"Our Water Hours" is one of my favorite songs from an album "Goes Abroader" [My Bubba]
I know how much I love this band, and somehow I got a lot of inspiration from what they do.
(You should know how amazing they are)

you can take a look at it now, don't read it here, try it on a new tab,
then view on the full screen mode.

I spent most of my spare times for a drawing, it took me almost 6 months to finish this book
because I started it on April, then I stopped it for a while, I thought I wasn't gonna finish it
then something told me to try again and finish what I started, so it's here now, impressed

and I'm so glad somehow it makes someone happy and that makes me want to draw
more and more, practicing is one of the best thing to improve your skills.
As once someone said to me to "never stop drawing"

I know, I'll never gonna stop it
and if you're reading this, remember that I love you just like the same.

Always
MJ




6 ตุลาคม 2557

My Bubba - Our Water Hours



Ahh, it's been a while, been so long that I haven't updated my blog..
but now I want to share my all time favorite song with you,
I listen to this song all day and all night just because it makes me feel good
and better when I feel bad, you should try!

"Our Water Hours"
Written at Bubba's local pool

"In Iceland we have a lot of hot water, every neighbourhood have the local outdoor pool"
- Said Bubba

2 กันยายน 2557

MAYAJETT THE TRAVELLING LIFE / FUKUOKA, JAPAN / ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ฟูกุโอกะ PART 1


M A Y A   J E T T
T H E   T R A V E L L I N G   L I F E

PRESENTS,

F U K U O K A,  J A P A N

P A R T  1

"ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น! ฟูกุโอกะ"

[For those who wants to view the picture, click the pic to enlarge]
- คลิก ที่รูปเพื่อดูรูปขนาดใหญ่ -

And finally the English version has come!!! 



กลับมาอีกครั้งกับการเขียนบล็อกไปเที่ยว 
อาจดูเหมือนจะไม่นาน แต่สำหรับเรารู้สึกนานมากที่ห่างหายบล็อกไป
เพราะอัพล่าสุดก็ประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา...
ครั้งนี้จะเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นมา เป็นยังไงบ้าง

Well, sorry for been quite long and I haven't updated anything
in English, I guess I should do it.. for some reasons..
and I know some people don't speak Thai, yeah! 
don't worry I also want to share my stories with you 
all over the world (if the world cares)
so here I am the first time in Japan, Fukuoka

......................................



ไปญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นทริปที่แรนด้อมมาก เพราะไม่ได้ตั้งใจว่าจะไป
แต่พอแม่ (เที่ยวบ่อยยิ่งกว่าลูกอีก) เห็นโปรของสายการบินนึง
ว่าถูกสุดๆ ประมาณ 5,xxx บาทไทย ก็เลยรีบจองทันที 
ซึ่งพอถามลูกสาวแล้วว่าจะไปมั้ย ไม่มีรีรอ.. ตอบทันทีว่าไปแน่นอน

มาญี่ปุ่นครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต
ถึงแม้จะมีญาติๆ ที่มีครอบครัวอยู่ญี่ปุ่นที่มาเยี่ยมเราตลอดที่ไทย
หรือไม่บางครั้งพ่อเราเองก็ไปเที่ยว ไปทำงานบ้าง 
แต่เราเองไม่เคยมีโอกาสได้ไป จนกระทั่งครั้งนี้
เลยประเดิมกันที่เมือง 'ฟูกุโอกะ' 
ที่อยู่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นนั่นเอง

ก่อนไปอาเราได้บอกไว้ ว่าช่วงนี้เป็นหน้าร้อนของเค้า
(ย่างๆ เข้าหน้าฝนด้วย คล้ายๆ เราแหละมั้ง)
แต่ได้ข่าวมาว่าหน้าร้อนที่ญี่ปุ่นร้อนแสนสาหัสมาก
เราก็กลัวมาก แต่ก็ชิลๆ นิดนึงเพราะคิดว่าอากาศร้อนที่ไหน
คงไม่สู้ที่ไทยได้.. เลยคิดว่าคงจะชินแหละ

และพอเราบินมาถึง ก็พบกับอากาศ.. 
ฝนตกเล็กน้อย เลยทำให้ไม่ร้อนมาก 

I didn't plan so much just because my family love travelling
and that's why sometimes I go with them to a random places
like this time, mom got a cheap tickets, so I'm in 


ที่สนามบินฟูกุโอกะ 
อาและครอบครัวมารับเราที่สนามบิน ก่อนจะขึ้นแท็กซี่ไปที่พัก
และเราก็ออกมาเที่ยวที่ห้างดังของเมือง คือ
Canal City นั่นเอง 

ใจเราไม่ได้สนใจเที่ยวห้างหรือช้อปปิ้งอะไรนัก
เพราะอยากเที่ยว อยากเจออะไรใหม่ๆ ช่วงนี้อินกับธรรมชาติ
แต่ว่ายังไงก็ได้ ทริปนี้ออกแนวมาแบบไม่ค่อยรู้อะไร
ใครพาไปไหน ไปได้หมด อิอิ

When we arrived in Fukuoka, the weather wasn't so bad
(people say Summer in Japan is worst, 
but I think it's better than Thailand though)

and what to do next? 
I don't really care about go shopping at all, 
I just want to explore things around town
and see how people lives, ok we'll see it anyway
so we start at the Canal City, a big mall in town



มื้อเที่ยงเราก็ขอจัดเบียร์และราเม็งก่อนเลย 
พี่ๆ ชาวญี่ปุ่นของเรา (แฟนพี่ และพี่, ลูกสาวอาเรา)

และหลังจากนั้นเราก็เดินเล่น 
ในห้าง Canal City นี้ จะมีร้านค้าเยอะมาก
มีพวกแบรนด์เนมและทุกอย่างที่ห้างควรจะมี
ของบางร้านก็ลดราคาและค่อนข้างถูก
พวกเสื้อผ้า แฟชั่นถือว่าสวยมาก เจ๋งและคูลมาก มากกว่าไทยเยอะ
แต่เราก็ไม่ได้ใส่ใจกับตรงนั้นเท่าไหร่ เพราะมาถึงเราก็..

Ate Ramen, beers (with my Family in Japan)
everything is so fine, oh well maybe just because I left my job behind
I didn't care about anything at all, just travel, bitches 


มาร้านนี้ก่อนเลย 
Totoro :) 

And then we visited a Studio Ghibli shop..
it was sooooooooooo cute and you can find 
anything you love about Ghibli here!



แมวจีจี้ 

Jiji the cat 


ผีไร้หน้า อะ อะ (จากเรื่อง Spirited Away กรี๊ดๆๆๆ)

No face ghost.. I really love him!
(From an animation Spirited Away)


มีอะเยอะแยะเลยค่ะ

More...


ตะเกียบอะ

He also on the chopsticks! 


ร้านช็อปของ Studio Ghibli ทีแรกเราคิดว่าของคงจะแพงมาก
แต่จริงๆ แล้วราคาไม่แพงจนน่าตกใจ ราคาโอเคพอจะซื้อกลับไปได้เยอะ
ถ้าคนที่บ้าพวกของกิ๊ฟช็อปและบ้าการ์ตูน ที่นี่มีช็อปของการ์ตูนเยอะมาก
มีทั้ง JUMP Shop พวก One Piece, Gintama และอื่นๆ เยอะมาก
และถ้าพลาดจากที่ห้างนี้ไปแล้วไม่ต้องห่วง ของพวกนี้มีช็อปเล็กๆ
และเข้าไปอยู่ในร้านกิ๊ฟช็อปใหญ่ๆ แทบทุกร้าน 
ถึงขนาดว่าจะขึ้นเครื่องบินแล้วก็ยังซื้อได้ เพราะที่สนามบินยังมี totoro อยู่

But if you missed this place, don't worry
I'm gonna tell you that Ghibli's goodies are all around in town,
in any gift shops and also in the airport,
I have been almost every shops I saw.. haha


ลูฟี่หมวกฟาง 

A hat from One Piece (Luffy) 


อลิซาเบธ (จากกินทามะ) 

Elizabeth from Gintama (A funny Japanese animation)


และนี่ก็คือ.. Moomin stand 
เป็นร้านขายพวกชานมไข่มุก เมนูเลือกหลากหลายเหมือนโอชายะบ้านเรา
แต่รสชาติไม่เหมือนกัน เราสั่งโกโก้ไข่มุก คนที่นี่กินขมกว่าบ้านเรา
ไม่เน้นหวาน และใส่น้ำแข็งไม่เยอะแบบบ้านเรา 

The Moomin stand, I got an iced chocolate
and it wasn't so bad,
moomins are always so cute


น่ารักจุง


อร่อยคร่ะ


หน้าตาเป็นแบบนี้ 
เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาตัวอะไรใส่ที่หลอด...
มูมินมันหมดอ่ะ

และที่สำคัญคือ มี Cafe Moomin ที่เราจะมาเล่าให้ฟังในโพสถัดไป
ซึ่งน่ารักมากกกกกก มากๆๆๆๆ แต่รอก่อนนะจ๊ะ

I also went to a Moomin Cafe, it's next to the Moomin stand
but I'll tell you about it in the next post
it was way toooooooooo cute as well!


หลังจากเดินห้างแล้ว เราก็แวะมาเดินวัดที่นี่
ซึ่งวัดอะไร ชื่ออะไรเราก็ไม่รู้ชื่อ 
(คือแบบ เที่ยวแบบ ไม่ได้จำชื่ออัลไลมาเรย)
ซึ่งอากาศร้อนมาก พอๆ กับไทย แต่แดดไม่แรงเท่า ยังโอเค
และวัดที่นี่สวยมาก สะอาดมากกก และเงียบ 
ถึงแม้จะมีคนเดินเข้าเดินออกมาไหว้ตลอด ก็ยังเงียบ

Then we visited the temple, 
I didn't remember the name (sorry bout that!)
but all the Japanese temples here are so nice
and really really clean and calm and relax...
good atmosphere indeed


เรามาขอพรกันตรงนี้
หันไปถามอาว่า.. 
ถ้าหนูขอพรเป็นภาษาไทย จะได้มั้ย?
อาตอบมาว่าได้ แล้วก็หัวเราะ
แต่ทำไมถึงได้ เราก็ไม่รู้ 
เทวดาและนางฟ้าที่คอยคุ้มครองเรา อาจจะรู้ทุกภาษาก็เป็นได้
5555555555

I made a wish in Thai language,
hope it works!


บรรยากาศในวัด 
เก็บภาพมาเยอะมาก แต่ลงเท่าที่ลงได้ก่อน
เพราะเดี๋ยวจะมีวีดีโอ (ลงภาพมากกลัวซ้ำ)
จะให้ทุกคนดูนะ

Look around..


มีคำทำนาย ที่เราต้องหยอดเหรียญเข้าตู้
และก็เลือกเบอร์ที่ตู้ เปิดลิ้นชักออกมา
เราได้มา อ่านๆ แล้วก็น่าจะดวงดีแหละมั้ง
อ่านแล้วเค้าก็จะให้มาผูกไว้ตรงนี้ ไม่ค่อยเก็บกลับไปกัน 
ถึงจะดวงดีดวงร้ายก็ตาม 


สวยดี


ตรงนี้ แอบหลอนนิดหน่อย 
แต่สวยดี


อันนี้นึกถึงการ์ตูนของ จุนจิ อิโต้ 
คลังสยอง ขวัญลงหลุมเลยค่า


แล้วเราก็เดินกันต่อ...

And then we walk.. on and walk and walk


อันนี้ดูเป็นญี่ปุ่นดี 

Explore things, Japanese mood 


ร้านรวงต่างๆ 


ผักที่นี่น่ากินมาก ใหญ่ๆ อวบๆ สดๆ ดี


อันปังแมนนนนน


อยากกินเธอจัง


ไอติมน่ารักคิกขุ


พิ่มหมี


ปาจิงโกะ.. ถ่ายจากแท็กซี่
ไม่ได้มีเวลาเข้าไปลอง 


ถนน


เราได้ขึ้นรถบัสคิตตี้ด้วย

A Hello Kitty bus I rode


เมืองที่นี่สะอาด และเป็นระเบียบ (กว่าบ้านเรา) มาก 
ผู้คนที่นี่มีมารยาท เรามาเที่ยวที่นี่ 5 วัน
ไม่มีวันไหนที่จะหลุดคำด่าหรือสบถอะไรออกไปเลยแม้แต่นิด
ถ้าเทียบกับทริปไปฮ่องกงที่ด่าคนจีนรัวๆๆๆๆๆ 
คนที่นี่ เวลาจะทำอะไร นึกถึงคนอื่นเสมอ จากเท่าที่สังเกตนะ
จะไม่มีการทำอะไรโดยไม่คิดถึงจิตใจคนที่รอ หรือคนใกล้ๆ
ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่ประทับใจ 
แต่แอบเสียดายที่การสื่อสารกับคนญี่ปุ่นค่อนข้างยาก
เพราะเค้าไม่พูดภาษาอังกฤษกัน บางครั้งถึงกับต้องเปิดมือถือ
เปิดแอพที่มีคำภาษาญี่ปุ่นแล้วชี้ให้นางดู ถึงจะเข้าใจกัน 
แต่โดยรวมแล้ว ประทับใจกับคนที่นี่

Japan is so clean, compare to Thailand
it's nice and people are really nice too
not like any other countries I have visited,
Japanese always care about how other people's feel
and that's the point, they think of the others
and that makes things easier (in my P.O.V.)


ร้านราเม็งตามถนน น่านั่งมาก
เหมือนในหนังเลย 

Ramen stand 


คืนนี้แฟนอาที่เป็นชาวญี่ปุ่น พามาดินเนอร์ที่ร้านญี่ปุ่นแท้ๆ
(ก็ต้องแท้ดิ อยู่ญี่ปุ่น)
แล้วเราก็ได้พบกับเมนูสุดทึ่งหลายๆ อย่าง
ที่ไม่ได้ถ่ายมาเท่าไหร่ เพราะกินเป็นหลัก

And we had a dinner in a great Japanese restaurant
I had a great sashimi, the best ever in my life


เมนูปลาดิบเป็นเมนูแรกที่ได้ลิ้มลอง
ขอบอกว่า สดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
และอร่อยมากกกก อร่อยเหี้ยๆๆๆๆ แบบว่าสดมากกกกกกกก
ปลาทุกปลา และที่สำคัญ มีไข่หอยเม่น! ที่ทุกคนชอบพูดถึง
คือมันอร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ดีงามมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
คือเวลาได้กินอะไรอร่อยๆ แบบสุดยอดนี่มันแบบ
ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนโว้ยยยย 555555

so good!!!


ภาพอาหารของเรา


ไม่สามารถอธิบายได้เพราะกินอย่างเดียว
จำชื่อเมนูไม่ได้ 
อย่างรูปด้านบน จะมีเยลลี่ที่ทำจากน้ำซุป หรืออะไรสักอย่าง
ที่กินเข้าไปแล้วแบบ โอ้ยยยยยยยยย ชีวิตดี 


ไข่ตุ๋นอร่อย


และซูชิที่กินกันจน.. ไม่หมด น่าเสียดาย
แต่มื้อนี้อิ่มมากกกกกกก
มีเบียร์ด้วยคือสุดยอดดดดดด

และหลังจากนั้นพอเราอิ่ม ก็ออกไปเดินเล่นในเมืองซักหน่อย
แล้วก็เจอกับตัวนี้...

Sushis are sooooooooooo great! my all time fav food!
and then we take a walk along the street,
I saw this weird yellow thingy, wtf? 
but we did take a picture with him anyway lol

 

คือใคร?? และเป็นไร?? ไม่รู้อะแต่ก็ถ่ายรูป
และให้ตังค์ไปด้วยนิดหน่อย 55555


และก็เจอกับร้านขายไอติม ที่มีผู้หญิงเอาหมาน้อยมานอน
เป็นหมาชิบะพันธุ์เล็ก ที่ไม่มีหูข้างนึง
อาคุยกับเค้า เค้าบอกว่า หมาโดนเจ้าของเก่าทำร้าย
มีแผลเป็นที่แขนมันด้วย คือน่าสงสารมาก
และมันก็น่ารักมากกกกกกกก
มากๆๆๆๆๆๆๆ แบบอยากกอดมันแน่นๆ ตรงนั้น
คือมันน่ารักมากและน่าสงสารมาก 
ผู้หญิงคนนี้บอกว่าเอามันมาตามหาเจ้าของ?
คืออาจจะหาคนเอาไปเลี้ยง เราสงสารมันมากกกกกก
อยากเลี้ยงมันมากกก แบบขอแม่ แต่แบบแม่ไม่ให้
คือมันก็คงไม่ได้อยู่แล้วอะ เอากลับมาไทยคงต้องทำเรื่องเยอะ 
ล้องห้ายยยยยยยยยยยยยยยย

And this little Shiba Inu, I saw him (or her?)
and fell in love with those eyes,
the woman said he was hurted by his past owner,
he lost one ear and got some scars
I was so sad and loved him and wanted to bring him home


หมาน้อยของพี่...
ตัดใจแล้วเดินต่อไป
แล้วก็กลับมาที่ห้าง (จะไปขึ้นรถ)

But it's not that easy, I have to say goodbye to him
hope he'll be fine and happy :)


ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นกำลังโปรโมตหนังเรื่อง Stand by me ที่เป็นภาคจบ? ของโดเรม่อน
ไม่แน่ใจว่าภาคจบ หรืออะไรยังไง แต่จำได้ว่าเคยดูตัวอย่าง
แล้วเศร้ามากกกก มันซึ้งๆ อะไรแบบนี้
แต่ยังไม่เคยได้ดู รอแผ่นเอาละกันนะ 

And we found Doraemon and friends! 
I heard there's a latest movie 'Stand By Me'
sounds sad but I haven't seen it yet 


บรรยากาศตอนกลางคืน
เงียบมาก
และแล้วเราก็กลับถึงที่พักกัน วันนี้เหนื่อยพอสมควร 
ถึงที่พักแล้วก็สบายใจ และเห่อของที่ซื้อมา...

then.. it's time to go back to the hotel 


รอติดตามตอนต่อไปนะครัช
อาจจะดูเหมือนเขียนไม่เยอะนะ แต่ตอนเขียนนี่ใช้เวลานานมากก
ไหนจะเลือกรูปอีก รูปเยอะมากนี่คัดออกเยอะ
แบบว่าต้องตัดใจเยอะอะ แถมมีวีดีโอจะให้ดูอีก
แต่จะเอาให้ดูตอนไหนดี เดี๋ยวขอคิดก่อน ถถถถถ

ขอบคุณที่ติดตามค่ะทุกคน 

และนี่คือวีดีโอที่อยากให้ทุกคนดู 
<Look at this video I made from the trip!>

      

<3

Well it was a long day
and so nice so far, let's see what's next
I'm gonna write the next post soon, keep an eye on! 
thanks for visiting !

................................................................

More about my traveling stories...
สำหรับตอนเก่าๆ สามารถติดตามได้ที่

And more!
และตอนอื่นๆ หาเองค่ะ 555555