เรื่องรักๆ ในสต๊อกโฮล์ม PART 1 / A Stories of the Wild Heart in Stockholm PART 1

5:31 PM

MJ the Random Journey in Europe
"Sweden" PART 1-3

presents
A Stories of the Wild Heart in Stockholm PART 1 

เรื่องรักๆ ในสต๊อกโฮล์ม (จุดเริ่มต้น)

Picture taken by Sara


all goes in Thai language :)

เช้าอีกวัน เราตื่นขึ้นมาด้วยความงงๆ กับตัวเองว่าวันนี้จะไปไหนดี ติดนิสัยอยากมีเพื่อนเที่ยว เลยยังนึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวกับใคร หรือไปเอง ไปไหนยังไงดี ความจริงมีแพลนที่แพลนไว้ตั้งแต่ก่อนมา แต่พอมาเจอเพื่อนๆ ใหม่ แพลนก็เปลี่ยนไปบ้าง วันนี้มิแรนด้ารีบตื่นและรีบออกไปทำงาน เธอบอกเราว่าขอตัวไปทำงานก่อน และถ้าเราจะออกไปไหนก็อย่าลืมของนะ เพราะเธอไม่มีกุญแจสำรองให้เรา ถ้าออกไปแล้วคือล็อคเลย แล้วเดี๋ยวตอนเย็นค่อยว่ากันว่าจะไปเที่ยวไหนกันดี เราบอกโอเค แล้วเธอก็ออกจากห้องไป... วินาทีที่มิแรนด้าออกไป เรานั่งอึ้งๆ อยู่สักพักแล้วพูดกับตัวเองว่า เหยด... ทำไมนางกล้าปล่อยเราไว้ในอพาร์ทเมนท์นางคนเดียววะ เฮ้ย!? ทำไมถึงไว้ใจชั้นนนนนน ทำไม???? ทั้งคอม ทั้งอะไรต่ออะไรในห้องเธอ ทำไมถึงไว้ใจ!! เราคุยกับเธอเมื่อคืนถึงเรื่องความไว้วางใจกับคนที่มาขอพักด้วย เธอบอกว่าเธอก็ดูจากการคุยกัน การติดต่อมา ดูว่าคนนี้คุยโอเคมั้ย ถ้ารู้สึกว่าโอเค เธอก็คิดว่าโอเค (เสี่ยงมากจ้าาา แต่ก็ถือว่าเธอกล้าดีนะ) และเธอก็ไม่ได้ทำแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่เราคือคนแรกของปีนี้ ปีนี้เธอไม่ค่อยได้เปิดให้ใครมาพักเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยมีเวลามาก เราเองก็ดีใจมากที่เธอตอบตกลงให้มาพัก เพราะช่วงนี้เป็นช่วง high season ใครต่อใครในยุโรปก็พากันออกเที่ยว ในสต๊อกโฮล์มก็มีนักท่องเที่ยวไม่น้อยเลย ถือว่าโชคดีไปที่ได้เจอมิแรนด้า



รูปอาจจะยังไม่ตรงกับเนื้อเรื่อง นี่ที่ Gamla Stan
แต่ขอแทรกรูปไปพลางๆ กลัว text เยอะแล้วจะเบื่อกัน 





เรานั่ง งงๆ สักพักก็เข้าเว็บ couchsurfing และมีสาวสวิสสองคนติดต่อมา (ในเว็บเราสามารถสร้าง Event ได้ด้วย เราสร้างไว้อันนึงคือหาเพื่อน -เฉพาะผู้หญิงด้วย เที่ยวในสต๊อกโฮล์ม ซึ่งคนสนใจเยอะมากๆ) บอกว่าอยู่สต๊อกโฮล์ม วันนี้ไปเที่ยวกันถ้าว่าง เรารีบตอบตกลง แต่คิดว่าอาจจะได้เจอเย็นๆ และบังเอิ๊ญบังเอิญ เราเจอกับอีกคนนึงในอีกเว็บ (แอพ) และคุยกับเธอจนในที่สุดเราเลยนัดกันจะไปกินมื้อกลางวันกันที่สถานีนึงไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่มาก เราจากที่ไม่มีแพลนก็รีบอาบน้ำแต่งตัวและออกไปข้างนอกและเจอกับเพื่อนใหม่อีกหนึ่งคน เธอคนนี้นามว่าฟรีด้า... เราเจอกันและเธอพาเราเดินไปที่ร้านพิซซ่าร้านนึง เรานั่งคุยกันทำความรู้จักกัน เธอคุยเก่งและพูดถึงตอนที่เคยมาเมืองไทย ฟรีด้าทำงานเกี่ยวกับกฏหมายเลยได้ไปนู่นมานี่บ่อย เธอเล่าถึงตอนที่เคยมาพม่า และแวะมากรุงเทพแต่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ สิ่งเดียวที่เธอจำได้และประทับใจในกรุงเทพนั้นก็คือแอร์ที่เย็นฉ่ำของรถไฟฟ้าบ้านเรา เรายิ้ม และในที่สุดพิซซ่าก็มา ฟรีด้าพูดเก่งและทำให้เรารู้สึกสบายใจเพราะเธอน่ารักและเฟรนด์ลี่ ลืมบอกไปว่าเธอเป็นสาวสวีดิชที่แท้จริงแบบตาสีฟ้า ผมบลอนด์อ่อน เวลายิ้มก็น่ารัก คนสวีดิชนี่น่ารักจริงๆ พอเรากินเสร็จเธอไม่ยอมให้เราจ่าย เธอบอกว่าเราเป็นแขก (ไม่ใช่คนแขกนะแต่แบบแขกอ่ะ) เราไม่ต้องจ่าย (เอาอีกแล้ววว เกรงใจนะ!) แล้วเธอก็พาไปกินกาแฟตามสไตล์คนสวีดิช และหลังจากนั้นเธอต้องรีบกลับไปทำงาน ถือว่าเป็นเวลาสั้นๆ ที่ได้เจอกัน แต่เธอพูดประมาณว่าคืนนี้อยากเจอกับเราอีก แต่จะว่างอีกทีก็สี่ทุ่มเลย ซึ่งเราไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าจะเจอกับเธอได้มั้ยเพราะวันนี้ท่าจะมีนัดหลายที่และหลายคน เธอมองเราแล้วยิ้มก่อนจะเดินมาส่งที่รถไฟจนเรากอดร่ำลากัน ตอนนั้นเราคิดในใจว่า คืนนี้เราต้องเจอกันแน่นอน...



เรือไวกิ้งมั้ง / Gamla Stan

สวยจัง / Gamla Stan


หลังจากกินมื้อกลางวันกับฟรีด้าแล้ว เราไม่รู้จะทำอะไรต่อ เพราะสองสาวสวิสยังไม่ติดต่อมาอีก เราเลยตัดสินใจไปเดินเล่นใน Gamla Stan ที่เดิม ที่โปรดที่ชอบไป พอเราไปถึงก็ปวดขี้อย่างแรง เลยจะหาห้องน้ำ พยายามเดินหาร้านนั่งก่อนแต่คิดว่ายังไม่อยากกินอะไร เลยไปถามที่ information center ว่าห้องน้ำอยู่ไหน นางก็ให้แผนที่มา (เป็นแผนที่สต๊อกโฮล์มอันที่ 3,4,5 ที่ได้มา ได้มาเยอะเหลือเกิน แจกกันรัวๆ) แล้วก็วงในแผนที่ว่าเดินไปทางนี้นะ แล้วจะเจอ เราก็เดินตามนั้นไปเรื่อยๆ ไกลพอสมควรเพราะ Gamla Stan ไม่เล็ก แต่ก็ไม่ใหญ่จนเกินไป อารมณ์เหมือนเดินในเซนทรัลเวิลด์แต่มีแค่ชั้นเดียวอะไรทำนองนี้ พอเราเดินมาถึงห้องน้ำ... ปรากฏว่ามันเต็ม มีคนเข้า พอมีคนออกมา คู่รักคนรัสเซียที่ยืนรออยู่ก็เดินเข้าไป แล้วก็บ่นๆๆๆ อะไรสักอย่างเพราะมันต้องหยอดเหรียญก่อนจะเข้า ประมาณ 5 SEK (ยี่สิบบาทไทย) พอนางหยอดประตูก็เปิด แล้วพอเข้าไปนางก็ปิดประตูไม่ได้ เรารำคาญก็เลยไม่อยากรอเลยเดินออกมาและในที่สุดก็ตัดสินใจหาร้านเล็กๆ เข้าไป ขอซื้อเบียร์กระป๋องนึง (กระป๋องใหญ่ ราคาประมาณ 200 บาทไทย โอย..) แล้วก็ขอคุณลุงที่ร้านเข้าห้องน้ำ ทีแรกลุงหน้าดุมาก แอบกลัว แต่พอเราออกมานั่งกินเบียร์คนเดียวก็ได้รู้ว่าคุณลุงไม่ดุเลย ลุงกำลังจะเก็บร้าน ร้านที่นี่ปิดเร็วมาก สามสี่โมงก็ปิดแล้ว ตอนลุงเก็บร้านลุงก็ชวนเราคุย ถามว่าเบียร์อร่อยมั้ย เราบอกว่าเยี่ยม แล้วลุงก็ถามว่าเป็นคนญี่ปุ่นเหรอ เราหัวเราะเพราะใครๆ ก็ชอบคิดแบบนั้น เลยบอกว่าไม่ใช่ เราเป็นคนไทย ลุงยิ้ม แล้วถามว่า มาทำงานเหรอ นวดใช่มั้ย? เราหัวเราะ แอบคิดในใจว่าทำไมคนต้องคิดว่าคนไทยทุกคนมาทำงานนวดวะ โคตรรรรรโหลเลย ๕๕๕๕๕ เราบอกว่ามาเที่ยว ลุงจะปิดร้านแล้วเหรอ? ลุงบอกใกล้แล้ว แต่นั่งได้ ไม่เป็นไร เราด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนต่อดีเพราะสองสาวชาวสวิสก็ยังไม่คอนเฟิร์มเวลา นางไม่มีอินเตอร์เน็ต เลยติดต่อลำบาก ตอนนั้นเรานึกขึ้นได้ว่าติดต่อกับเพื่อนสวีดิชอีกคนไว้ เธอชื่อซาร่า จำได้ว่าเธอส่งข้อความมาหาเราตอนเช้าแต่เรายังไม่ได้ตอบ เราเลยเขียนตอบเธอไปว่า ‘เฮ้ซาร่า วันนี้ว่างเจอกันประมาณ 5 โมงมั้ย?’ ซาร่าตอบกลับมาว่า ‘ชั้นจะเลิกงานประมาณหกโมง และว่าจะไปดูหนังฝรั่งเศสประมาณ 6:45 เธออยากมาด้วยมั้ย? หลังจากนั้นค่อยไปหาร้านนั่งกัน’ ทีแรกเราคิดในใจว่า หนังฝรั่งเศสอะไรวะ ไม่อยากดูอะ แต่คิดไปคิดมา เฮ้ยนี่เพื่อนใหม่นะ ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียวต้องลองไปดู ก็เลยตัดสินใจว่าเออ ไปก็ได้ เราก็เลยนัดเจอกับเธอตอนหกโมงเย็น และหลังจากนั้นไม่นาน สองสาวสวิสก็ทักมาในแชท (ท่าทางจะหาเน็ตได้แล้ว) ว่าพวกเธออยู่ที่ Historiska Museet (Swedish History Museum) เราเลยบอกว่าโอเค งั้นเราจะรีบไป เราเลยรีบกินเบียร์ให้หมดและนั่งซับเวย์ไปที่นั่น 


รูปถ่ายจากร้านลุง / Gamla Stan


มาถึงมิวเซียมประมาณห้าโมงเป๊ะๆ เข้าไปซื้อบัตร โชว์บัตรนักเรียน ได้ลดเหลือประมาณ 100 SEK พนักงานบอกว่าเราใกล้ปิดแล้วนะ ปิดตอนหกโมงเย็น เราก็เลยรีบแล้วเดินเข้าไปชมนิทรรศการ จนในที่สุดก็เจอสองสาวชาวสวิส อันนา กับอันยา เธอเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันและแบ๊คแพ็คมาเที่ยวสวีเดนกันสองคน เธอบอกว่าพรุ่งนี้จะไปฟินแลนด์ ส่วนคืนนี้ยังไม่รู้ว่าจะนอนไหนเพราะเช็คเอาท์ออกจากที่โรงแรมแล้ว อาจจะไปหาที่กางเตนท์นอนเอา เราก็แอบอึ้งในใจถึงความลุยของสองสาว พวกเธอดูเด็กมาก ดูจากหน้าแล้วน่าจะอายุประมาณน้อยกว่ายี่สิบ เราเดินดูมิวเซียมกันได้สักพัก ที่นี่สวยและทำดีมาก เป็นมิวเซียมที่เกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวกิ้ง น่าสนใจมาก แต่เสียดายที่เรามีเวลาไม่มากพอที่จะดูหมดทั้งมิวเซียม เดินๆ ได้ไม่เท่าไหร่ก็หกโมง ที่มิวเซียมประกาศปิด เราเลยเดินออกมาและพากันไปขึ้นรถ สองสาวกลับไปที่โรงแรมไปเก็บข้าวของ ส่วนเรา... เราไปตามที่นัดซาร่าไว้พอดี เราร่ำลากับสองสาวแบบเสียดายเล็กน้อยที่มาเจอตอนที่พวกเธอจะไปจากสต๊อกโฮล์มแล้ว เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอติดต่อมาและชวนไปปาร์ตี้เมื่อวาน แต่เราไม่ได้ไป เราโบกมือบ๊ายบายและเดินไปขึ้นซับเวย์เพื่อไปตามนัดซาร่า... สาวน้อยน่ารักอีกคนที่กำลังจะกลายมาเป็นคนที่สำคัญมากสำหรับเรา

Historiska Museet (Swedish History Museum)

Historiska Museet (Swedish History Museum)

Historiska Museet (Swedish History Museum)

we are vikings!



เรานั่งรอซาร่าที่สถานีรถไฟ (ซับเวย์) ที่เธอบอก เราเคยเห็นรูปเธอดูเป็นคนเปรี้ยวๆ แรงๆ สวย หน้าคม เราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะทุกคนที่เจอมาคือนิสัยดีและอบอุ่นมาก เรารอเธออยู่สักพักจนในที่สุดซาร่าก็เดินมาด้วยรอยยิ้มที่น่ารักที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เรากอดกันและเธอก็พูดว่า ‘เราคงไม่ได้ดูหนังแล้วล่ะ ชั้นเปลี่ยนใจ เธอหิวมั้ย เราไปหาอะไรกินกันเถอะ’ ซาร่าน่ารักมาก เธอมีออร่าบางอย่างที่ดูร่าเริง สนุกสนาน ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา ลุคเปรี้ยวๆ แรงๆ ของเธอที่เราเห็นในเว็บนั้นหายไปทันทีด้วยรอยยิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดู และเธอเองก็ตัวเท่าๆ กับเราเลย เลยอาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เธอดูซอฟท์กว่าในรูปที่เห็นมาก เธอสวยและหน้าคม เสียงหวานและพูดเก่ง เธอไม่รีรอรีบพาเราเดินไปขึ้นรถไฟ ต่อนู่นต่อนี่จนไปจบที่สถานี Medborgarplatsen เป็นย่านที่ใหญ่ที่สุดในสต๊อกโฮล์มและมีห้าง มีร้านอาหาร มีบาร์มากมาย ตอนนั้นเน็ตในมือถือเราใช้ไม่ได้ เราเลยถามซาร่าว่าเพราะอะไร ทำยังไง เธอก็ไม่รู้เหมือนกันแต่เราประทับใจตรงที่เธอหาทางช่วยเหลือเราทุกอย่าง ทั้งเข้าเว็บ หาเบอร์โทรถาม นู่นนี่นั่น เหมือนที่เคยบอกไปว่าประทับใจคนสวีดิชเวลาขอความช่วยเหลืออะไรเขาจะช่วยให้ถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในที่สุดก็ยังใช้ไม่ได้ เราเลยบอกว่าไม่เป็นไร หาอะไรกินเถอะ ซาร่าพาเราเดินหาร้านอาหาร เธอถามเราว่าอยากกินอาหารอะไร ร้านแบบไหน พาเดินเข้าร้านนู้นนี้ เราไม่ชอบเธอก็พาไปร้านอื่น ตามใจเราทุกอย่าง จนในที่สุดเราก็มาจบลงที่ร้าน Cafe Blå Lotus

Cafe Blå Lotus


เราถูกใจร้านนี้มากเพราะสีและการตกแต่งร้าน ซาร่าตามใจและพาเราเข้าไปในร้านและอ่านเมนูทุกอย่างพร้อมกับแปลให้ เธอถามว่าอยากกินอะไร กินแบบนี้ดีมั้ย กินน้ำอะไรดี จนในที่สุดพอจะจ่ายเงิน เธอบอกว่า ‘เธอไม่ต้องจ่าย มื้อนี้เราเลี้ยงเอง’ เธอพูดแล้วยิ้มหวาน เราเกรงใจมากกกกอีกแล้ว แต่เธอไม่ยอมให้จ่ายจริงๆ ‘ไว้เธอจ่ายร้านอื่นละกัน’ เธอยิ้ม แล้วเราก็เข้าไปนั่งในร้าน ร้านสวยมากกกกกกก เราชอบมาก แต่ชอบที่สุดคือซาร่า เธอน่ารักกับเรามาก คุยนู่น ถามนี่ อยู่กับเธอแล้วเหมือนกำลังดูการ์ตูนโปรดสมัยเด็กที่ทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้ตลอดเวลา ซาร่ามีออร่าแบบนั้นจริงๆ ใครเจอแล้วจะต้องตกหลุมรักเธอ เราถามเธอว่า นอกจากทำงานแล้ว เธอทำอะไรอย่างอื่นรึเปล่า หรือมีอะไรที่ชอบทำมั้ย? เธอตอบอย่างไม่รีรอว่าเธอชอบเต้น เธอเล่นละครเวที เธอเล่นหนังสั้นและ music video มาบ้าง เราร้องว้าวเพราะเธอน่าสนใจมาก ดูมีความสามารถหลายอย่าง น่าสนใจจริงๆ พอเรากินเสร็จ ซาร่าก็ชวนไปนั่งที่โต๊ะที่มีโซฟาไม่ไกลจากที่เรานั่งมาก เป็นโต๊ะที่เราอยากนั่งตั้งแต่แรก เรานั่งแล้วถ่ายรูปรอบๆ ร้าน เธอถามว่าให้เธอถ่ายรูปให้มั้ย เราส่งมือถือให้เธอแล้วเธอก็ถ่ายรูปเรา พอเธอส่งกลับมา เราบอกว่า ขอถ่ายรูปเธอหน่อยสิ (เขินเหี้ยๆๆๆๆๆๆ) เธอบอกว่า ได้ แล้วเราก็ถ่ายรูปเธอ ต่อด้วยรูปคู่ เธอมานั่งข้างๆ เราแล้วเอามือถือเราถ่ายเซลฟี่กัน หน้าเราเด๋อมากกกกอาจเป็นเพราะเขิน เราบอกว่าไม่ชอบหน้าตัวเอง แต่ซาร่าบอกว่าเธอชอบ ‘เธอสวยจะตาย ชั้นชอบความสวยแบบเอเชียอย่างเธอ’ เธอพูด เราก็ได้แต่แอบเขินในใจ เรานั่งเล่นกันสักพักร้านก็จะปิด ร้านที่นี่ปิดกันเร็วมากนี่แค่ทุ่มกว่าๆ เอง พอพนักงานบอกว่าร้านจะปิด ซาร่าก็ไม่รีรอ ถือแก้ว ขวดเบียร์ และสิ่งต่างๆ ที่อยู่บนโต๊ะเพื่อเอาไปคืนให้พนักงานที่หน้าร้าน ความจริงเธอไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ แต่ดูเหมือนเธออยากช่วยพนักงาน เห็นแบบนี้ยิ่งทำให้เราประทับใจเธอเข้าไปอีก ‘ไปหาอะไรดื่มกันเถอะ’ ซาร่ายิ้ม เราเดินตามเธอไปต่อ...


Sara and Me


เราไปนั่งกันต่อทีบาร์เล็กๆ แถวนั้น แต่ดูจากความสว่างด้านนอกแล้วเรายังไม่รู้สึกอยากเข้าบาร์อะไรเท่าไหร่ แต่เธอชวนแล้วเราก็ยอม อยากทำอะไรเรายอมหมด ซาร่าพาไปไหนก็ได้ เราอยากไปหมด เราสั่ง Mojito ตามเคย เธอสั่งอะไรสักอย่างที่ไม่ใส่แอลกอฮอล์ ‘ชั้นดื่มมาเยอะแล้วอาทิตย์นี้ ไม่อยากเมาอีกแล้ว’ เธอพูดแล้วนั่งลง เราคุยกันว่าจะไปเดินเล่นกันต่อที่สวนสาธารณะใกล้ๆ พอเราดื่มกันเสร็จเธอก็พาเราไปที่สวนสาธารณะที่ชื่อว่า Vitabergsparken หรือ Vita Bergen เป็นสวนที่กว้างมากและสวยมาก ระหว่างทางที่เดินอยู่ในสวนก็มีบ้านสไตล์สวีดิชตั้งอยู่ไม่น้อย เราเลยสงสัยว่าสรุปแล้วมันคือสวน หรือมันคือหมู่บ้าน ก็แปลกตาดี

Sofia Church


Vita Bergen


ซาร่าพาเราเดินไปนู่น เลาะนี่ ขึ้นบันได ลงบันได เหนื่อยแต่สวยและสนุก อยู่กับซาร่าแล้วสนุกดี เธอหันมาถามเราว่า ‘เธอชอบเล่นชิงช้ามั้ย?’ เราตอบว่าชอบ แล้วเธอก็พาเราเดินไปอีกจนไปโผล่ที่สนามเด็กเล่นในสวน ตรงนี้วิวสวยมาก เป็นที่ๆ สามารถมองลงมาแล้วเห็นเมือง อาจไม่ได้เห็นทั้งหมดของเมือง แต่ถือว่าเป็นที่ๆ สวยมาก ซาร่าบอกให้เรานั่งบนชิงช้าอันใหญ่ๆ แล้วเธอก็นั่งอีกฝั่งแล้วแกว่ง แกว่งแรงมากกกกกกจนเราแอบคลื่นใส้เล็กน้อย แต่ด้วยเสียงหัวเราะร่าเริงของเธอแล้วเราก็ยอม ได้แต่นั่งนิ่งๆ แล้วเพลิดเพลินไปกับวิวบนท้องฟ้า วินาทีนั้น เรารู้สึกว่าเราหลงรักโมเมนต์นี้ รู้สึกว่าทุกอย่างมันช่างสวยงามจริงๆ เราได้เจอกับคนน่ารักๆ นิสัยดีหลายคนและไม่เคยเหงาเลย และกับซาร่า... เรารู้สึกว่ามันมีความรู้สึกบางอย่างลอยอยู่รอบๆ เราสองคน เป็นอะไรที่บอกไม่ถูก แต่เราประทับใจเธอมากจนอยากเอ่ยปากบอกอะไรบางอย่างกับเธอ... ไม่ใช่บอกชอบ แต่เป็นบอกความรู้สึก อยากบอกให้รู้ว่าเรารู้สึกดีมาก จริงอยู่เราชอบเธอมาก ตกหลุมรักเลยแหละ แต่จะบอกไปทำไมล่ะมันเร็วเกินไปมั้ย นี่เพิ่งเจอกันวันนี้เองนะ และคนแบบซาร่าเป็นคนประเภทที่ทำให้ทุกคนสับสนว่า เธอชอบเรา หรือเธอแค่เฟรนด์ลี่มากๆ กันแน่เนี่ย!? เวลาเราอยู่เฉยๆ หรือทำอะไร ซาร่าชอบเอามือถือเธอขึ้นมาถ่ายรูปเรา ซึ่งเราก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน มีตอนนึงหลังจากเล่นชิงช้ากัน เธอพาเดินขึ้นไปบนหินที่มีคู่รักคู่นึงนอนดูวิวอยู่บนนั้น ‘โรแมนติกจัง’ เราพูดแล้วคิดในใจว่ามันช่างเหมาะกับการมาดูวิวกับใครสักคน เฮ้ย..แต่ตอนนี้เรามีซาร่านี่หว่า มโนในใจเบาๆ ว่าโรแมนติกกับนางละกัน ‘เธออยากให้ชั้นถ่ายรูปให้มั้ย?’ ซาร่าถามขึ้นมาทำลายมโนของเรา ‘ไม่เป็นไร ขอบคุณมาก แต่ชั้นขี้เกียจละ’ เราตอบ ซาร่าไม่พูดอะไร เธอยิ้มแล้วหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาแล้วถ่ายรูปเรา เราเขินนิดๆ แต่ก็ยอมแต่โดยดี ‘ตรงนี้สวยจัง’ เราพูด ‘ใช่ สวยมาก’ ซาร่าพูดแล้วยิ้ม เรายืนดูวิวอยู่สักพักแล้วคิดในใจว่า โมเมนต์นี้มันสวยงามเหลือเกิน...


รูปนี้ถ่ายตอนนั่งอยู่บนชิงช้า...
รู้สึกว่าเราหลงรักโมเมนต์นี้จนต้องถ่ายรูปนี้เก็บไว้ 

รูปที่ซาร่าถ่ายให้จากมือถือเธอ


หลังจากเล่นชิงช้าและชมวิวกันเสร็จแล้ว ฟรีด้าก็ส่งข้อความมาหาเรารัวๆ เราเกือบลืมไปเลยว่านัดกับเธอไว้ แต่เป็นนัดที่เราอาจจะไปหรือไม่ไปก็ได้ เธอถามว่าเราอยู่ไหน เธอว่างแล้ว อยากเจอกันมั้ย? เรากำลังสนุกกับซาร่าอยู่ ใจนึงก็ไม่ค่อยอยากไป อีกใจก็อยาก แถมมิแรนด้าก็ส่งข้อความมาเหมือนกันว่าจะไปเที่ยวไหนกันมั้ย ถ้ายังไม่ไปชั้นขอออกไปยิมก่อนนะ โอย หลายคนเหลือเกินจนเราจัดการตัวเองไม่ถูก ในที่สุดเลยตอบฟรีด้าไปว่าโอเค เดี๋ยวเจอกันอีกครึ่งชั่วโมง... ซาร่าเลยพาเราเดิน เดิน เดินต่อไปเรื่อยๆ เธอรู้ว่าเรามีนัด แต่เราคิดว่าเธออยากพาเราเดินรอบๆ ให้เห็นอะไรหลายๆ อย่าง และเรายังมีเวลาถมเถ เราเลยเดินเล่นกับซาร่าไปเรื่อยๆ เธอพาเราเดินไปนู่นมานี่ตามสไตล์เธอ เดินไปไม่มีเหนื่อย ซาร่าถามว่า ‘ภาษาไทยเป็นยังไงเหรอ ยากมั้ย พูดอะไรให้ฟังหน่อยสิ เช่นทักทายอะไรแบบนี้’ ‘สวัสดีค่ะ นี่คือคำทักทาย’ เราพูด เธอยิ้มและทำท่าตื่นเต้น ‘ซาหวัด...ดี..ค่ะ’ เธอพูดตามแล้วหัวเราะ เราชอบเวลาเธอพูดไทย มันน่ารักมาก ‘ฟังดูตลกดีนะ ชั้นพูดไม่เก่งเลย ไม่เหมือนภาษาจีนเลยเนอะ’ (เธอพูดภาษาจีนเป็นนะเห็นแบบนี้) ‘ไม่เหมือนกัน ความจริงภาษาไทยยากมากเลยนะ’ เราบอกเธอ ‘งั้น.. ถ้าอยากพูดคำว่า I want to eat ice cream ต้องพูดยังไงเหรอ?’ เธอยิ้ม ตั๊ลล๊าคคคค เราเลยบอกเธอว่า ‘ฉัน อยาก กิน ไอศครีม... ลองพูดดูสิ’ ‘ฉัน....อยาก....กิน.....ไอศครีม’ เธอพูด ความจริงเธอพูดได้ดีทีเดียวเลยล่ะ ‘แล้วถ้าไม่อยากกินล่ะ พูดยังไง?’ ซาร่าถามต่อ เราเลยพูดว่า ‘ฉัน ไม่ อยาก กิน ไอศครีม.. เธอแค่เติมคำว่า ไม่ ลงไป’ ซาร่าพูดตามอีก วินาทีนั้นเราโคตรรรอยากเอามือถือขึ้นมาอัดวีดีโอเอาไว้เลย แต่คือเขินเลยไม่กล้า กลัวเธอหาว่าบ้า จะอัดทำไม แต่สาบานได้ว่าน่ารักมากกกกกกก

ดูซาร่าจะสนใจเรื่องภาษาเป็นพิเศษ เธอบอกว่าเธอพูดได้หลายภาษา เธอพูดภาษาเปอร์เซี่ยนได้ อาร์บิคก็ได้นิดหน่อย เดนิช สวีดิช จีนนิดหน่อย และตอนนี้กำลังหัดภาษาญี่ปุ่นอยู่ สุดยอดไปเลย เราเดินมาเรื่อยๆ คุยกันบ้าง เงียบกันบ้าง บางครั้งซาร่าก็มีโมเมนต์เงียบๆ อยู่กับตัวเอง เราเองก็เงียบเหมือนกัน จนเรารู้สึกว่าเราเงียบเกินไปรึเปล่า เพราะตอนนั้นในหัวเรามีแต่คำพูดและคำถามที่อยากจะบอกกับเธอเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรไปมากมาย เธอพาเดินมาจนถึงริมน้ำที่มีเรือจอดเต็มไปหมด ‘ย่านนี้เป็นย่านนึงในสต๊อกโฮล์มที่เหมือนกับโคเปนเฮเกนมากๆ มีเรือเต็มไปหมด’ เธอพูด เราไม่เคยไปโคเปนเฮเกน แต่เคยเห็นรูป แล้วคิดในใจว่า เออ...เหมือนจริงแฮะ เราเดินผ่านเรือมากมาย ซาร่าชี้ให้ดูเรือที่เป็นร้านอาหารไทย เธอบอกว่าเคยมากินที่นี่ครั้งนึง เราถามว่าชอบมั้ย เธอบอกว่าชอบ แต่จำไม่ได้ว่าชอบอะไร แล้วเธอก็หันมาถามว่า ‘ตัวอักษรภาษาไทยเป็นยังไงเหรอ อยากเห็นจัง’ เราเลยหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเปิดให้เธอดู เธอดูตื่นเต้นมาก และยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่พอเราบอกว่าภาษาไทยมีตัวอักษรทั้งหมด 44 ตัว ‘เขียนชื่อเราให้ดูหน่อยสิ’ เธอพูด เรายิ้มแล้วกำลังจะพิมพ์ในโทรศัพท์ให้เธอดู ‘ชื่อซาร่านะ’ ซาร่าย้ำ ‘รู้แล้วน่า’ เราพิมพ์คำว่า ‘ซาร่า’ ลงไปแล้วเอาให้เธอดู ดูเธอจะดีใจและตื่นเต้นมากจนเธอพูดว่า ‘ถือเอาไว้แบบนี้ก่อนนะ ขอถ่ายรูปหน่อย’ เรานึกว่าเธอจะถ่ายรูปจากมือถือไปเฉยๆ แต่เปล่าจ้า เธอถ่ายรูปเราที่กำลังถือมือถือที่มีคำว่า ‘ซาร่า’ ไป ตอนนั้นเรารู้สึกแปลกๆ ในท้อง พร้อมกับคิดในใจว่า ‘โห.. ให้ตายเหอะซาร่า ทำไมเป็นคนแบบนี้นะ ทำแบบนี้คนเค้าก็ชอบเธอหมดทุกคนแหละ ร้ายจริง!’ เราไม่ได้พูดอะไรออกมามากนอกจากยิ้มให้เธอ ดูเธอจะดีใจมากกับเรื่องแค่นี้ จนเราแอบคิดว่าหรือเราจะเขียนชื่อเธอลงในกระดาษและวาดรูปเล็กๆ น้อยๆ ให้เธอดีนะ (ชอบวาดรูป) แต่สรุปแล้วก็ได้แค่คิด... เอาไว้ให้ทีหลังแล้วกัน เราเดินต่อไปเรื่อยๆ จนซาร่าบอกว่าใกล้ถึงสถานีแล้ว ซึ่งเป็นสถานีไหน อะไรยังไงเราไม่รู้เลย เรารู้แต่ว่าเดินตามซาร่ามาเรื่อยๆ เธอชอบพาไปไหนก็ไม่รู้ และเราก็ไม่คิดอยากถามอะไรมากมาย เพราะชอบที่เดินมากับเธอแบบนี้ เราพูดคุยกันอีกเล็กน้อยจนซาร่ารู้ว่าเราเล่นดนตรีและชอบฟังเพลง เธอบอกเราว่าเราควรหาที่นั่งกันก่อนเราไป เธออยากได้ลิงค์ที่เราเล่นดนตรี และเธอจะเปิดคลิปหนังสั้นที่เธอเล่นให้เราดู เราตอบตกลง และพอถึงสถานี เธอก็นั่งมาเป็นเพื่อนเราจนถึงสถานี Gamla Stan ที่ๆ เรานัดกับฟรีด้า เราหาที่นั่งในสถานีแล้วนั่งดูคลิปหนังสั้นของซาร่า

...เธอเป็นผู้หญิงที่วิเศษมาก เราดูแล้วรู้สึกทึ่งในตัวเธอ เธอยิ้ม เราบอกเธอว่าอย่าเพิ่งดูคลิปเรา เราเขิน (เขินบ้าบออะไรไม่รู้ตลอดเวลา ๕๕๕๕) เธอไม่ว่าอะไร แล้วบอกว่าจะเดินไปส่งเราตรงทางออก... เรากอดกันอยู่พักใหญ่ก่อนจะไป พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางจากสต๊อกโฮล์มไปยังบ้านฟาร์มที่อุปซอลาแล้ว ซาร่าบอกว่าขอให้โชคดีกับงานที่ฟาร์มนะ มีอะไรก็ส่งข่าวกันมาบ้าง ขอให้เจอคนดีๆ เดินทางปลอดภัย แล้วถ้ากลับสต๊อกโฮล์มมาแล้วก็บอกกันด้วย เราจะได้เจอกันอีก วินาทีนั้นเรารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ กอดของเธอช่างน่ารักและอบอุ่นจริงๆ เรามองหน้าเธออีกครั้งแล้วบอกลาก่อนจะเดินออกมา ตอนนั้นแหละ... เราแน่ใจแล้ว ว่าเราคงตกหลุมรักจริงๆ

โอ๊ยยย มีต่อ!!!! ห้ามพลาดดดดดดดด ต่อกันติดๆ เลยจร้าาาาา

to be continue on the next episode!
โปรดติดตามตอนต่อไป..

หมายเหตุ : ชื่อฟรีด้า เป็นนามสมมุติ เนื่องจากมีเหตุผลบ้าบอบางอย่าง จึงทำให้เราไม่อยากเอ่ยชื่อนางออกสื่ออีกต่อไป ส่วนคนอื่น คือชื่อจริงๆ ทั้งหมด

♥ -ขอแถมเพลงให้เข้ากับตอนนี้- 
♥ All I Wanna Do - The School 

 

จะว่าไป อ่านตอนก่อนหน้ารึยังเอ่ยยย

ตอนที่ 0 (แรกสุด)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-0.html

ตอนที่ 1-1
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1.html


You Might Also Like

0 comments