MJ the Random Journey - Europe : Sweden PART 0 : Stockholm (ลุยเดี่ยวเที่ยวยุโรปคนเดียว 40 วัน ภาค 0 สวีเดน : สต๊อกโฮล์ม)

6:17 PM


best day in Stockholm - photo by Sara

MJ the Random Journey in Europe
"Sweden" PART 0 

all goes in Thai language :)


เอาล่ะ.. คิว่าถึงแก่เวลาแล้วสินะ ที่จะลองเอาเรื่องทั้งหมดที่ไปเที่ยวมา มาเล่าลงในบล็อกที่รักแห่งนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเข้ามาอ่านกันมั้ย แต่ก็เขียนเอาไว้เผื่อมีคนแวะเยี่ยมเยียนผ่านเข้ามาแล้วกันนะ


ทริปยุโรปของเรามีที่ต่างๆ ดังนี้ คือ สวีเดน (สต๊อกโฮล์ม, อุปซอลา, คาร์ลสแตด) ฮังการี (บูดาเปสต์)
อิตาลี (มิลาน, วิลลาฟาเลตโต, ตูริน) ฝรั่งเศส (ปารีส)

สำหรับที่แรกเราเริ่มที่สวีเดน ที่เมืองสต๊อกโฮล์ม เป็นที่ๆ รักที่สุด เพราะได้เพื่อนใหม่เยอะแยะมากมาย ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น การดูแลที่ดีจากหลายๆ คน จากนั้นก็ไปทำงาน Workaway ในฟาร์มที่เมือง Uppsala ประมาณสิบวัน สนุก เหนื่อย น่ารัก เซ็ง หนาว อร่อย ทุกอารมณ์มาเต็ม แต่พอจะจากบ้านนั้นแล้วแอบเศร้าเล็กน้อย.. หลังจากนั้น ไปทำต่อที่เมือง Karlstad ช่วยที่บ้านนั้นดูแลเด็ก แอบเบื่อ แอบเซ็ง อยากกลับสต๊อกโฮล์ม (ช่วงนั้นมี Gay Pride น่าสนุกมากกกก) แถมวันเกิดเราอีก เหงา ไม่มีเพื่อน แต่ก็อดทนอยู่ได้จนครบสิบวันและกลับมาที่สต๊อกโฮล์มอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย.. ก่อนจะไปซิ่งที่บูดาเปสต์กับเพื่อนชาวอิตาลีที่เจอกันในเฟสบุคเมื่อ 5-6 ปีก่อน แล้วเลยไปมิลาน และเมืองเล็กๆ ในอิตาลี ไปค้างบ้านเพื่อน ได้เจอคนมากมาย ได้กินอาหารท้องถิ่น ทุกอย่างช่างเหมือนฝันไป ก่อนจะจบทริปด้วยสี่วันที่แสนจะน่าจดจำที่ปารีส ฝรั่งเศส เป็นเรื่องราวของการติ่งคนๆ นึง ในวงดนตรีวงนึงมาตลอด 5 ปี และได้ติดต่อกันมาตลอดทางเฟสบุคและจดหมาย จนเพิ่งจะมีโอกาสได้เจอกันก็ครั้งนี้.... ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้มั้ย และถ้าสนใจ เราขอเล่าก่อนดีกว่า....

เนื้อหาอาจเกี่ยวข้องกับ ความรัก, LGBT, ความฮา, ความมุ้งมิ้ง, ความน่าเบื่อ, ความแปลก, ความแรนด้อม, ความติ่ง, และอื่นๆ อีกมากมาย...


Part 0 
เกริ่นนำ...


หลังจากที่คิดๆ มาอยู่สักพัก ทั้งหาข้อมูลในพันทิป ในอินเตอร์เน็ต ถามคนนู้น คนนี้มากมาย และได้รู้จักโครงการ Workaway มาจากพี่ๆ หลายคนในพันทิป เลยคิดว่า ไหนๆ เราก็อยากไปเที่ยวยุโรปแล้ว.. ถ้างั้น เราลองเที่ยวแบบไปทำงานอาสาด้วยดีกว่า ได้ประสบการณ์ และได้ที่พักฟรี กินฟรี ไม่น่าจะเสียหายอะไร และประเทศที่เข้ามาในหัวเป็นประเทศแรกก็คือ สวีเดน... ถามว่าทำไมต้องสวีเดน? คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตมากกกก เป็นคำถามที่เพื่อนสวีเดนทุกคนที่รู้จักใหม่ๆ จะต้องเอ่ยปากถาม และคำตอบแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวเราก็คือคำว่า ...เราก็ไม่รู้เหมือนกัน!! แต่ทุกคนย่อมมีเหตุผล ถ้างั้นเราอาจจะพออธิบายได้ว่า เราชอบดนตรี ชอบเล่นและชอบฟัง เพราะงั้นดนตรีเลยมีอิทธิพลกับตัวเรามาก และวงดนตรีที่เราโปรดๆ ก็มาจากสวีเดน มันอาจไม่ใช่เหตุผลที่ฟังดูเลิศนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจแหละน่า (ถ้าสงสัยว่าวงอะไร ก็จะมี First Aid Kit, Elliphant, Tove Styrke, และวงลูกครึ่งไอซ์แลนด์กับสวีเดน My bubba ใครติ่งวงดนตรีอาจรู้จักหนึ่งในนี้) และอีกเหตุผลหนึ่งที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเรามาก แต่ก็สามารถทำให้เราเพ้อฝันมโนถึงสวีเดนได้บ้าง ก็คือเพื่อนๆ พี่ๆ บางคนมีญาติ พี่น้องที่อยู่สวีเดน และชอบมาเล่าบ่อยๆ ว่าสวีเดนสวยอย่างงู้นอย่างงี้... โอเค งั้นเราเลือกสวีเดนละกัน อาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ค่อยจะมีเหตุมีผลสักเท่าไหร่ แต่ความชอบ บางทีมันก็ไม่ต้องมีเหตุผลมากมายเสมอไปแหละเนอะ 

เราใช้เวลาประมาณเกือบสองเดือนกับการเตรียมตัว คือหาโฮสจากเว็บ workaway.info ควบคู่ไปกับการเตรียมตัวทำวีซ่า ซึ่งในที่สุดเราก็ได้บทเรียนมาว่า ควรทำวีซ่าให้ได้ก่อน ถึงค่อยหาโฮส แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น... ถ้าเป็นไปได้ ทำควบคู่กันไปและพยายามคุยกับโฮสให้รู้เรื่อง ว่าเรากำลังขอวีซ่าอยู่ แต่สนใจคุณ อะไรประมาณนั้น เพราะเราเคยตะลุยหาโฮสทั้งวันทั้งคืน และส่งข้อความไปรัวๆ ปรากฏว่าพอมีคนตอบรับแบบสนใจเราจริงๆ แล้วเราไปบอกเค้าว่า กำลังรอวีซ่าอยู่นะคะ บางคนก็ไม่ปลื้ม แต่ไม่เป็นไร การหาโฮสต้องใช้เวลา เพราะเราจะไปอยู่กับเค้าเป็นสิบๆ วัน ต้องให้แน่ใจว่าเค้าโอเค และเราโอเคกับเค้าจริงๆ การหาโฮสนั้นไม่ยากแต่ต้องใช้เวลาในการส่งข้อความไปและรอเค้าตอบกลับมา โฮสส่วนมากจะนิยมเล่น Skype เพื่อให้เห็นหน้าค่าตา ได้ยินเสียงและสนทนากับเราก่อนจะตกลงปลงใจ เราเจอโฮสบางคนดีใจ สนใจเรา คุยกันครั้งนึง แต่พอเราจะมาคอนเฟิร์มจริงๆ กลายเป็นว่าเค้าเปลี่ยนใจ และไม่บอกเหตุผล (บางทีก็เจอคนแปลกๆ คาดไม่ถึง) หรือบางครั้ง เรานัดกับโฮสบางคน แต่ดั๊นไปนัดกินเบียร์กับเพื่อน ลืมนัดโฮสไปซะงั้นจ้า... ฝรั่งไม่ปลื้ม เลยอดไปค่ะ! หาโฮสต่อไป 

จนในที่สุด ไม่ได้ยากเกินรอคอย ทั้งวีซ่า และทั้งโฮส ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ตกลงปลงใจกันเรียบร้อยกับโฮสสองที่ในสวีเดน ที่นึงเป็นงานฟาร์มในเมือง Uppsala (อุปซอลา) และดูแลเด็กๆ ในอีกเมืองคือ Karlstad (คาร์ลสแตด) นั่นเอง


อ้อ ลืมไป.. เรื่องการขอวีซ่า ก่อนหน้านี้เราตั้งเป้าไว้ว่าอยากไป 3 เดือน แต่คิดไปคิดมา.. มันนานเกินไปมั้ยเนี่ย (นานที่ว่าคือกลัวไม่ได้วีซ่า) ก็เลยลดลงมาเป็น 2 เดือน แต่ก็ยังหวั่นใจ เลยตัดสินใจว่า เอาวะ 45 วันละกัน เสี่ยงดวง และตอนนั้นเราปรึกษาคนหลายคนมากถึงเรื่องการขอวีซ่า และทุกคนตอบมาเสียงเดียวกันว่า ‘โห ไปตั้ง 45 วัน... ขอยากนะ จะได้เหรอ’ ตอนนั้นยอมรับว่าใจแป้วมาก แต่เราก็คิดในใจว่า มันต้องได้สิวะ ก็ชั้นอยากไป มันก็ต้องได้ไป! เลยนั่งๆ หาข้อมูลในพันทิปก็มีหลายคนเหมือนกันที่เคยขอวีซ่าได้ถึงสามเดือน บางคนยังเรียนอยู่เลยโชคดีหน่อย ของ่าย เราทำงานแล้วกลัวว่าเค้าจะไม่ให้ไป... แต่สุดท้าย วันที่ไปรษณีย์มาส่งถึงบ้าน (ก่อนไปประมาณหนึ่งอาทิตย์) และแกะซองเปิดพาสปอร์ตตัวเองดู ปรากฏว่าวีซ่าผ่านจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาา ดีใจโคตรๆๆๆๆ เย้ เตรียมตัวไปได้เลย! 

You Might Also Like

1 comments

  1. ปักหมุดตามติดชีวิตมายา 555

    ReplyDelete