จากเด็กเมืองสู่เด็กฟาร์ม... ที่อุปซอลา, สวีเดน ภาค 0 / Deep in the Woods in Uppsala, Sweden PART 0

4:46 PM

Deep in the Woods in Uppsala, Sweden 
Part 0 (The beginning) 

จากเด็กเมืองสู่เด็กฟาร์ม... ที่อุปซอลา, สวีเดน ภาค 0 

ความเดิมตอนที่แล้ว (ที่สต๊อกโฮล์ม) : http://mayajett.blogspot.com/2015/09/part-2-stories-of-wild-heart-in.html

Train to Uppsala


ตื่นเช้ามาเรารีบเก็บของและเตรียมตัวเดินทางไปยังเมือง Uppsala อุปซอลา ที่อยู่ห่างสต๊อกโฮล์มไม่มาก ใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณชั่วโมงเดียว แต่ก่อนอื่น... ขอเช็คตารางรถไฟในเว็บก่อน เพราะเรายังไม่ได้ซื้อตั๋วอะไรทั้งสิ้น แต่ติดต่อกับโฮสไว้แล้วว่าจะไปวันนี้ วันที่ 14 ก.ค. 2558 เราเช็คตารางและเดินไปถามมิแรนด้า เธอบอกว่าสถานีรถไฟอยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง เดี๋ยวเราเดินไปด้วยกัน (สงสัยหายโกรธจากเมื่อคืนแล้วแฮะ) ก่อนเราจะออกจากบ้านเธอ เราให้กระเป๋าที่ซื้อมาจากดอยอะไรสักอย่างในภาคเหนือ ให้เป็นของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ กับเธอ เธอดูดีใจ อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เธอรู้สึกเกลียดเราน้อยลงจากเมื่อคืนล่ะนะ ฮ่าๆ แต่เราว่าเธอคงไม่ติดใจอะไรมาก เราออกจากบ้านมาประมาณเกือบๆ เที่ยง เดินมาแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ใกล้มากจริงๆ มิแรนด้าช่วยเราซื้อตั๋วรถไฟแล้วเราก็กอดกันเป็นการร่ำลา เธอขอให้เราโชคดีกับชีวิตในฟาร์ม เราขอบคุณเธอสำหรับที่พักและทุกอย่าง และพูดกับเธอด้วยคำพูดเดิมที่จะต้องพูดอีกกับหลายๆ คนในทริปยุโรปนี้ว่า.. ‘ไปก่อนนะ แล้วสักวันเราจะเจอกันใหม่นะ’ ไม่ชอบเวลาบอกลาคนเลย โดยเฉพาะคนที่อยู่คนละประเทศกับเรา เราไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกเมื่อไหร่ เธอบอกให้เรารีบไปเพราะรถไฟกำลังจะมา เรารีบวิ่งลงไปที่ชานชลา ถามคนที่ยืนแถวนั้นให้แน่ใจว่านี่คือรถไฟไปอุปซอลาจริงๆ และแล้วรถไฟก็มาเพียงไม่กี่นาที... เร็วจริงๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง จนกระทั่งวันนี้ วันเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ เรารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะต้องนั่งรถไฟไปอีกเมือง รู้สึกคิดถึงคนที่นี่ คิดถึงเพื่อนๆ แต่ยังไงเราก็ต้องกลับมาที่สต๊อกโฮล์มอีกอยู่ดี ไม่เป็นไร อีกไม่นานเราจะเจอกันใหม่เนอะ... ว่าแล้วเพลงนี้ก็ขึ้นมาทันที 

Emmylou - First Aid Kit


ขอแอบโปรโมตวงโปรดหน่อย วงนี้เป็นวงสองพี่น้องที่ทำชื่อเสียงให้สวีเดนค่อนข้างมาก เป็นวงโฟล์ค/คันทรี่ กึ่งป๊อปนิดๆ ทั้งคู่โตมากับครอบครัวนักดนตรีและก็เก่งมาก แนะนำให้คนที่ชอบฟังเพลงสบายๆ รับรองไม่ผิดหวัง เราฟังเพลงนี้บ่อยมากตอนอยู่สวีเดน

ระหว่างทางที่นั่งรถไฟไปเราก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ชมวิวไปเรื่อยๆ จากวิวเมืองไปเป็นวิวทุ่งหญ้า ป่าบ้าง บ้านบ้าง ดูแล้วก็เพลินๆ ดี เราเป็นนักท่องเที่ยวมือใหม่ อะไรๆ ก็ใหม่สำหรับเราเสมอ เราชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เจอ ประทับใจกับทุกอย่าง และยอมรับถ้าในอนาคตข้างหน้าจะเจอกับอะไรที่ทำให้ผิดหวังบ้าง เพราะมันคือชีวิตและการท่องเที่ยว เรารู้สึกสนุกกับการเรียนรู้และพบเจอ ตื่นเต้นด้วยที่จะได้เจอกับโฮสและทำงานในฟาร์ม ฟาร์มนี้เป็นฟาร์มเล็กๆ (ในโปร์ไฟล์เขียนไว้) ของครอบครัวสวีดิชที่อุปซอลา เราติดต่อกันผ่านเว็บไซต์ workaway.info และฟาร์มนี้ก็เป็นฟาร์มใหม่ที่เพิ่งสมัครเข้ามาในเว็บนี้ ทีแรกตอนเราเลือกโฮส เราเน้นหาโฮสที่มีฟีดแบ็คและคอมเมนต์ก่อนเลย เพราะเราอยากหาที่ๆ น่าเชื่อถือ ด้วยความที่เป็นมือใหม่ในเว็บนี้เหมือนกัน แต่แล้วพอวันเวลาผ่านไปและใกล้ถึงวันที่ต้องมาทุกทีๆ เรารู้สึกว่าไม่ได้การละ ถ้ามัวแต่หาโฮสที่มีฟีดแบ็ค หรือคาดหวังอะไรมากเราจะกลายเป็นไม่ได้โฮสเลย เวลากระชั้นมากแล้ว เราเลยตัดสินใจติดต่อโฮสทุกโฮสเท่าที่จะทำได้ ทุกโฮสในที่นี้หมายถึงโฮสที่เราสนใจ ที่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าโอเคกับสถานที่ เมือง และงานที่จะทำ เราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าโชคดีมากที่เราได้มาทำที่อุปซอลา เพราะมันไม่ไกลจากสต๊อกโฮล์มมากและการเดินทางก็ไม่แพงเท่าเมืองอื่นที่ไกลออกไป เราเคยเกือบตกลงทำงานกับโฮสในเมืองทางเหนือไป พอแอบลองเช็คราคาตั๋วรถไฟ/รถบัสดูแล้วก็เกือบสิ้นสติ ราคาแพงมากจ้าาาาา

เราส่งข้อความหาโฮสว่าใกล้ถึงแล้ว จะถึงประมาณบ่ายสอง และโฮสก็ตอบเรามาว่ากำลังเดินทางไปรับ พวกเรามากันสามคน มีฉัน (โฮส) มีหนุ่มสเปนตัวสูง กับแฮร์รี่ (ลูกชาย) พร้อมบอกอีกว่าถ้ามาถึงแล้วให้เข้าไปนั่งรอในที่นั่งรอในสถานี เดี๋ยวเจอกัน :)

Uppsala
(the neighbour's farm house)

นั่งรถมาได้สักพักก็ถึงอุปซอลา ระยะเวลาไม่น่าเกินชั่วโมงหรืออาจน้อยกว่านั้นนิดหน่อย คงอารมณ์ประมาณนั่งรถจากกรุงเทพไปปทุม หรือสมุทรปราการอะไรทำนองนี้มั้ง จะว่าไปก็.. เร็วกว่าจากบ้านเราไปทำงานที่ทองหล่ออีก (เศร้าใจ) พอถึงเราก็ลากกระเป๋าเข้าไปนั่งรอ อุปซอลาดูจะเป็นเมืองเล็ก แต่เรายังไม่เห็นอะไรมาก นั่งรอโฮสไปก่อนด้วยความตื่นเต้นในใจเล็กๆ รู้สึกแปลกดีที่อยู่ๆ เราก็จะได้ไปอยู่บ้านใครก็ไม่รู้ที่ยังไม่รู้จัก แถมอยู่ตั้งสิบวันแน่ะ.. ความจริงแค่สิบวันเป็นเวลาไม่นานนัก ทีแรกเราอยากอยู่ที่นี่ให้ถึงสองอาทิตย์ แต่พอบวกลบคำนวณเวลาที่มีอยู่ เราดันเลือกไปอยู่อีกบ้านน้านกว่าสองสามวัน ด้วยเหตุผลว่าโปร์ไฟล์ของอีกโฮสดูจะมีฟีดแบคที่น่าไว้วางใจมากกว่า เราเลยเลือกแบบนั้น ซึ่งมารู้ตัวอีกทีตอนหลังคือคิดผิดมาก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังในตอนข้างหน้า เรานั่งรอได้สักพักก็เห็นครอบครัวนึงที่เราสงสัยว่าอาจเป็นโฮสเรา เพราะมีผู้หญิงวัยกลางคน ท้วมนิดๆ มีลูกชายตัวเล็กๆ มีชายหนุ่มสูงๆ มาด้วย แต่ไม่แน่ใจนัก พอมองๆ ดูแล้วเขาก็ไม่ได้มองหาใคร เลยคิดว่าคงไม่ใช่ เราเคยเห็นรูปโฮสในเฟสบุคมาก่อนเลยพอจะจำลักษณะได้บ้าง เราเลยนั่งรอต่อไป เห็นวัยรุ่น เห็นครอบครัว บางคนกำลังลาจากกัน มีเด็กร้องไห้ คงเป็นเรื่องธรรมดาของสถานีรถไฟมั้ง คนมักจะมาจากกันตรงนี้เพื่อไปสู่ที่อื่น

นั่งเหม่อมองคิดอะไรเล่นๆ สักพักก็มีเสียงทักทายขึ้นมา “มายา” (ชื่อเราในภาษาอังกฤษ เพื่อนฝรั่งใช้เรียกกัน) เราหันไปมองก็พบกับคนสองคนมายืนตรงหน้า นั่นคือ “เปตรา” โฮสแนะนำตัวแล้วเราก็จับมือทักทายกัน “วิคเตอร์” หนุ่มสเปนตัวสูงพูดแล้วยิ้มให้เรา สูงจริงๆ ด้วยแฮะ ส่วนแฮร์รี่ลูกชายของเปตรารออยู่ที่ร้านเพื่อนใกล้ๆ บ้าน พอทักทายกันเสร็จเราก็เดินตามโฮสและวิคเตอร์ไปที่จอดรถ เปตราเป็นชาวสวีดิชที่อาศัยอยู่ที่อุปซอลา บ้านฟาร์มที่เราจะไปอยู่นั้นอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงถึง เธอรูปร่างอวบนิดๆ ผมสีบลอนด์และตาสีฟ้า น่าจะอายุประมาณสี่สิบกว่าหรืออาจจะห้าสิบแล้วเท่าๆ กับแม่เรา ไม่แน่ใจเหมือนกัน ท่าทางแอคทีฟและลุยๆ ตามสไตล์คนฟาร์ม ระหว่างทางเปตราชวนเราคุยเพื่อทำความรู้จัก และเล่าเรื่องต่างๆ พร้อมกับชี้นู่นนี่ให้ดูระหว่างทางที่ขับรถ เรารู้สึกตื่นเต้นและหวั่นใจเล็กน้อย เราแอบคิดว่าเปตรามีความดุอยู่นิดๆ รึเปล่านะ แล้วเราจะเข้ากับพวกเขาได้มั้ย เราจะมีความสุขมั้ย ความกลัวเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ อยู่แล้ว ส่วนวิคเตอร์ เป็นหนุ่มสเปนที่มาเรียนที่สวีเดนตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา และอยากลองมาใช้ชีวิตในฟาร์มดู เขามาอยู่ที่บ้านนี้ได้เกือบเดือนแล้ว เป็นโวลันเทียร์คนแรกของบ้านนี้ เราคุยกันตลอดทางทั้งกับวิคเตอร์และเปตรา แต่ส่วนใหญ่เราคุยกับเปตรามากกว่าเพราะเรารู้สึกว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของวิคเตอร์ฟังค่อนข้างยาก อาจเป็นเพราะเขามีสำเนียงสเปนอยู่ด้วยรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ไม่นานเราก็พยายามเรียนรู้และปรับหูให้ฟังทุกๆ อย่างที่ทุกๆ คนพูดได้ง่ายขึ้น วิคเตอร์เองก็กำลังฝึกภาษาสวีดิชและพูดกับเปตราเป็นภาษาสวีดิชอยู่บ่อยๆ เรารู้สึกอิจฉาเล็กน้อยเพราะอยากพูดเป็นบ้าง แต่เปตราบอกว่ามันยากมากเลยนะ ต้องใช้ความพยายามมาก ซึ่งเราก็เข้าใจได้ เพราะมันฟังดูยากเหลือเกิน

Uppsala farm house


ระหว่างทางเราผ่านป่า บ้าน ทุ่งหญ้ามากมาย สิ่งที่เราชอบมากคือทิวทัศน์เขียวๆ เป็นทุ่งหญ้ากว้างๆ ที่มีวัว หรือสัตว์ต่างๆ ยืนอยู่ และมีบ้านสีแดงตั้งอยู่ และถัดมาก็เป็นป่าสนต้นใหญ่ๆ เรียงกันเยอะๆ นี่แหละวิวที่คุ้นตาของสวีเดน มันดูเรียบง่ายและสวยงาม ต้นไม้มีอยู่ทุกที่และดูจะดึงดูดตาดึงดูดใจคนรักธรรมชาติอย่างเรามาก เปตราเล่าเรื่องต่างๆ ในสวีเดนให้ฟังเยอะแยะ จนในที่สุดเราก็มาหยุดที่ร้านขายของที่ไม่น่าจะไกลบ้านมาก เราลงจากรถตามทุกคนเข้ามาในร้าน ที่ร้านมีโจฮันนา (น่าจะออกเสียง โยฮันนาในภาษาสวีดิช แต่ขอเรียกแบบนี้ละกัน) เจ้าของร้านที่เพื่อนสนิทกับเปตรา แฮร์รี่ลูกชายเปตรานั่งเล่นเกมในมือถือรอ ของในร้านส่วนมากเป็นเครื่องมือช่าง พวกค้อน เลื่อย สี อะไรพวกนี้ รวมไปถึงของที่ใช้สำหรับประดิษฐ์ประดอยต่างๆ เช่นกระดาษห่อของขวัญ ริบบิ้น รวมไปถึงไหมพนมและอุปกรณ์ถักนิตติ้ง เราทักทายแฮร์รี่ที่ไม่ค่อยพูดหรือตอบสนองอะไรเรามากนัก เปตราบอกว่าน้องอาจจะอายเวลาเจอคนใหม่ๆ แต่สักพักแฮร์รี่ก็เอามือถือยื่นมาให้เราดูเกมที่น้องเล่นอยู่พร้อมกับพูดภาษาอังกฤษง่ายๆ เช่น ‘Look!’ และคำอื่นๆ เปตราบอกว่าน้องเพิ่งเริ่มหัดเรียนภาษาอังกฤษ และดูท่าทางจะไปได้ด้วยดีเลยล่ะ 

Paul the pig
(He is sure fat and huge, but looks smaller in the pic)


เมื่อเสร็จกิจที่ร้านของโจฮันนา เราก็ขึ้นรถกัน เปตราบอกว่าจะต้องไปแวะที่ฟาร์มของเพื่อนบ้านก่อน เพื่อไปให้อาหาร ‘พอล’ ตอนนั้นเราก็งง ว่าใครคือพอล แต่พอเรามาถึงที่ฟาร์มก็เข้าใจแล้ว ว่าพอลคือเจ้าหมูตัวใหญ่ที่ร้องอย่างดีใจเมื่อเห็นพวกเรามาถึง เราทึ่งกับความสวยของสไตล์บ้านแบบสวีดิช โดยเฉพาะบ้านฟาร์มที่บ้านส่วนมากจะทาด้วยสีแดง ดูเป็นเอกลักษณ์มาก นอกจากบ้านฟาร์มแล้วรอบๆ นี้ (และในเมืองอื่น) ยังมีบ้านที่เรียกกันว่า Summer House เป็นบ้านที่คนเมืองมักจะมีไว้ตามชานเมืองหรือต่างจังหวัดเพื่อเอาไว้พักผ่อนในวันหยุด แอบคิดในใจว่าบ้านที่จะมีซัมเมอร์เฮาส์ในเมืองอื่นเนี่ยคงจะต้องมีตังค์ประมาณนึงเลยแหละ เราให้อาหารหมูกันเสร็จก็เข้าไปให้อาหารแมวและกระต่ายที่อยู่ด้านใน แมวสีดำสองตัวรีบวิ่งออกมาข้างนอกเมื่อเราเปิดประตูเข้าไปกัน เปตราบอกเป็นธรรมดาของพวกมัน มันอยู่ในนั้นนานย่อมอยากออกมาวิ่งเล่น ให้ออกได้ แต่วุ่นตอนจับพวกมันเข้าที่เดิมเนี่ยแหละ เราช่วยกันกับวิคเตอร์และเปตรา วิ่งไล่ต้อนเจ้าแมวสองตัว มันไม่ได้ดื้อมาก แต่มันคงอยากเล่นอยู่ด้านนอก ในห้องที่เป็นที่อยู่ของเจ้าแมวทั้งหลายและกระต่ายคือเย็นมาก อุณหภูมิต่ำกว่าข้างนอกมาก อาจเป็นเพราะแสงแดดไม่ได้ส่องเข้ามาเยอะมาก ที่อุปซอล่าดูจะอากาศเย็นกว่าสต๊อกโฮล์มนิดนึงเท่าที่เราสังเกตดู และแล้วเราก็ขึ้นรถและมุ่งหน้าไปยังบ้าน (ฟาร์ม) ของเราสักที...

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ 
ขอโทษที่ไม่ค่อยมีเวลามาอัพยาวๆ ทีเดียว แต่นี่พยายามที่สุดแล้ว
เรื่องทุกเรื่องยังคงอยู่ในหัว และจำได้ไม่ลืม รับรองเดี๋ยวกลับมาเล่า สนุกแน่นอน :)

จะว่าไป อ่านตอนก่อนหน้ารึยังเอ่ยยย

ตอนที่ 0 (แรกสุด)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-0.html

ตอนที่ 1-1
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1.html

ตอนที่ 1-2
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1_7.html

ตอนที่ 1-3 (เรื่องรักๆ ตอนแรกสุด)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1_9.html

ตอนที่ 1-4 (เรื่องรักๆ ตอนที่สอง)
http://mayajett.blogspot.com/2015/09/part-2-stories-of-wild-heart-in.html

You Might Also Like

0 comments