Kuala Lumpurrr (กัวลาลัมเปอร์) / เที่ยวมาเล กับพี่มั้ยน้อง PART 2

11:53 PM

Kuala Lumpur, Malaysia 

PART 2
Melakka (มะละกา)
The Red City เมืองศิลปะสีแดง

..............................................

วันที่ 2 แม่รีบปลุกคุณลูกแต่เช้า คิดว่าจะไปให้ถึงมะละกาเร็วๆ
ตื่นเช้าจริง แต่... กว่าจะไปถึงมะละกาได้ เราขึ้นรถไฟผิดสาย ประมาณ 2 รอบ
และนั่งเลยไปประมาณ 2 รอบ คือสายเค้ามีเยอะกว่าในกรุงเทพฯ
เลย งง เพราะต่างที่ ไอ้ที่นู้นคิดว่าดูแล้ว ต้องลงสายนี้นะ บลาๆ 
สรุปผิดหลายรอบ ไม่โมโหนะ แต่ฮาดี แบบว่า จะได้ไปมั้ย
เพราะว่านั่งรถไฟแล้ว ก็ต้องไปต่อรถบัสอีก ซึ่งกว่าเราจะถึงสถานีรถบัส
ก็เกือบเที่ยวแล้วจ้า แล้วพอซื้อตั๋วเสร็จ เราก็ได้รอบ เที่ยง

เป็นอันว่าตื่นเช้ามา เพื่อนั่งรถไฟผิดสายนั่นเองงง


มะละกา เป็นเมือง (เล็กๆ -ไม่แน่ใจ เพราะมานี่ แม่จัดทริปเองหมด และ
เราเองก็ไม่ได้ศึกษาพื้นที่ไหนๆ เป็นพิเศษ แย่เนอะ)
ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลานานมาก อารมณ์คล้ายๆ นั่งรถจากกรุงเทพฯ 
ไปหัวหิน อะไรทำนองนี้ เรานั่งรถบัสแบบ non stop มาจนถึงมะละกา
ใช้เวลาทั้งสิ้น... 2 ชั่วโมงค่าาา 
คุณพระ! ทีแรกแม่บอกว่าชั่วโมงเดียว แต่ทำไมมันนานขนาดนี้
ตอนอยู่ในรถก็ฟังเพลงแล้วฟังเพลงอีก แถมแบตจะหมด 
ด้วยความโง่คือ เอาแบตสำรองมา แต่ลืมเอาสายชาร์จมา 
ซึ่งไม่สามารถหยิบยืมใครได้เลย

พอถึงมะละกา อากาศร้อนมากๆๆๆ
ที่น่าแปลกใจตั้งแต่เช้าแล้ว คือคนที่นี่ใส่เสื้อสีแดงเยอะมาก
ใส่เยอะจนคิดว่า วันนี้มันเป็นวันอะไรพิเศษๆ ของเค้ารึเปล่านะ
แต่ก็ไม่สามารถทราบได้ แต่ไม่เป็นไร สีแดงสีโปรด
เราก็ใส่สีแดงเหมือนกัน (ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่เสื้อแดงนะคะ)


มะละกา มีแต่ตึกสีแดงๆ สถาปัตยกรรมสวยงาม มีรถสามล้อแบบนี้ขับทั่วเมือง
และที่เด็ดคือ นางตกแต่งรถด้วยตุ๊กตาหวานแหววต่างๆ 
มองๆ ไปก็น่ารัก คาวาอิ มากๆๆ ทีแรกก็อย่างนั่งนะ
แต่พอเห็นอากาศแล้วก็ยอมแพ้ ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
แต่เราก็ต้องเดินต่อไป


แท็กซี่ของมะละกา 
และเมืองที่อยู่ด้านหลัง จุดนี้จะเป็นจุดศูนย์กลางของเมือง
ที่รถจะต้องมาจอดส่งผู้โดยสารที่นี่
มี Tourist Information อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน


โฉมหน้าของรถสามล้อ Kawaii Kitty ที่เราพูดถึง
น่ารักมากๆ ถ้าอากาศเย็นกว่านี้ จะขอนั่งเลย 
แต่เรื่องราคานี่ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ น่าจะไม่เกิน 500 บาทไทยมั้งนะ


ชอบภาพนี้มากๆ 


เสื้อ ที่ไม่ได้ซื้อ


คุณลุง ขายอะไรสักอย่าง 


มะละกา เป็นเมืองที่มี Museum เยอะมากๆ เยอะแบบว่าติดกันทุกตึก
ตึกนึงก็เล็กๆ แต่ด้วยความที่ร้อน และรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่ 
เลยไม่ค่อยอยากแวะที่ไหนนานๆ จะแวะเฉพาะบางมิวเซียมที่อยากเข้าจริงๆ 
รูปนี้เป็นมิวเซียมประจำเมือง เข้าชมฟรี 


รถไฟเก่าของมะละกา
มีบางโบกี้ทำเป็นร้านขายของที่ระลึก 
อากาศร้อนเกินกว่าจะเดินเข้าไปดู (สรุปคือไม่อยากทำไร)


ที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์แสตมป์เก่าของมะละกา 
เสียค่าเข้าชม 2 RM หรือ 20 THB โดยประมาณ
เราอยากเข้าไปดูแสตมป์ เลยเลือกเข้าที่นี่ 
พอเข้าไป ปรากฏว่า มีดิฉันคนเดียวที่เข้าไปดู
ซื้อบัตร ขึ้นไปข้างบน ก็พบแต่ความเคว้งคว้าง (เว่อร์สาด)

แต่ตึกรามบ้านช่องที่นี่สวยงาม เป็นพื้นไม้ บ้านมีความเป็น.. อะไรสักอย่าง
คล้ายๆ ชิโน โปรตุกีส มั้ง แต่ตึกพวกมิวเซียมจะแตกต่าง 
เราไม่มีความรู้พอที่จะบอกได้ บอกได้แค่ว่า สวยจริงๆ 


Selfie กับบุรุษไปรษณีย์
ตอนเดินเข้ามาถึงมุมนี้ ตกใจแทบวาย เพราะมีหุ่นแบบนี้ถึง 3 ตัว
แต่ละนางใส่ชุดบุรุษไปรษณีย์ในแต่ละสมัย

เลยขอนางถ่ายรูปด้วย
ด้วยความที่มีจินตนาการล้ำเลิศ
เดินๆ ดูอยู่คนเดียว ก็กลัวว่านางบุรุษฯ เหล่านี้จะออกมาเดินเป็นเพื่อน
แต่ก็ไม่มีอะไรนะ ฮ่าๆ 


ชุดนี้ก็ดีนะ คล้ายๆ กับบ้านเราเลย เหมือนเคยเห็นสมัยก่อน
แต่สมัยนี้ บุรุษไปรษณีย์ใส่ชุดอะไรกัน เราจำไม่ได้แล้ว
เพราะมัวแต่สนใจจดหมายที่ได้มากกว่า :)


รูปแสตมป์ถ่ายมาได้ไม่ค่อยเยอะ เพราะอยู่ในตู้
และแบต iPhone เราเหลืออยู่ 1 เปอร์เซนต์ค่าาาาาาาาา 
โอยยยยยยยยยยย เพลีย ไม่มีที่ชาร์จเลยทั้งสิ้น


แสตมป์ที่มีที่นี่ ส่วนมากจะเป็นรูปหน้าพระนางต่างๆ หรือหน้าผู้นำมาเลย์
ซึ่งเราไม่ได้สนใจอะไรมาก ตอนนั้นเหมือนรู้สึกไม่สบายตัวเท่าไหร่
ปวดฉี่ด้วย เลยไม่ค่อยได้หยุดดูดวงไหนนานๆ ดูผ่านๆ
แล้วคงกลัวผีด้วยมั้ง (กากสัสๆ)


เดินๆ ไปเรื่อยๆ เมืองนี้สวยจริงๆ 


ร้ายขายของฝากที่มะละกา 
จัดร้านได้เก๋ และลงตัวกับสี กับตึก ทุกอย่างคือดี ชอบมาก 
อยากเป็นเจ้าของร้านนี้เลย


เชิช


คุณลุงผู้ไม่ย่อท้ออออ วู้ว


ทำท่าก้าวขา แต่จริงๆ ไม่ขึ้น ร้อนโคตรรร


ถ่ายกับพี่ไดโนเสาร์
ตรงนี้น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับดวงดาว และไดโนเสาร์
แหม.. เสียดายที่ไม่ได้เข้าอะ 
แต่ตอนนั้นหิวมากๆ (มาเพื่อ?)


ชอบสีแดงของเมืองนี้มากๆ 
เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องมาจากบ้านที่ไทย


ค่าาา


อะไรๆ ก็แดง


มาถึงย่านขายของกันดีกว่า
นี่คือศิลปะบนกำแพงของร้านขายเสื้อ ยี่ห้อ อะไรสักอย่างจำไม่ได้
แต่ร้านนี้เก๋มากๆ เลยซึ้อมาฝากเบบี๋ตัวนึง
เสื้อมีหลายแบบมาก แต่แพงเลยซื้อมาแค่ตัวเดียว
ขี้เกียจคุยกับป้าด้วย 


น่ารักดี 


นี่คือร้านขายของฝากทั่วไป คล้ายๆ กับเมืองไทย
เรากำลังเลือกของให้เพื่อน Penpal ที่อเมริกาอยู่
ทันใดนั้นป้าเจ้าของร้านก็เดินมา

แล้วตอนจ่าตังค่าาาาา (อยากเล่า)
นางบอกกับเราว่า You are very beautiful แหมตอนนั้นเขินมาก อุ๊ยตายละ!
และดีใจที่ป้าไม่พูด หนี ห่าว ด้วย 555 ป้ารู้ว่าไม่ใช่คนจีน


อุ๊ยนี่แม่ถ่าย ชอบจัง


เดินๆๆ และเดิน


ป้ายสวยดี ตรงนี้จะเป็นริมน้ำ
ลืมเล่าไป ว่าเราได้แวะกินข้าวกันที่ร้าน ข้าวมันไก่ 
เห็นคนที่นี่บอกว่า ข้าวมันไก่อร่อย ซึ่งคุณพระ! มันอร่อยจริงๆ
ไก่เป็นไก่ เนื้อเยอะมาก หนังมาเต็ม และข้าวอร่อยมาก!!!!!!!
อร่อยแบบ เกิดมาไม่เสียชาติเกิด อร่อยเหี้ยๆๆๆ 
เสียดายไม่ได้เอารูปมาลง เอาเป็นว่าอร่อยมากกแทบร้องไห้


แขนใหญ่จัง


สุดท้ายของตอนที่ 2 ก็คือ เราชอบมะละกามากกก
เราชอบเที่ยวที่ๆ มีความเป็นศิลปะ Unique แบบมีอะไรที่เป็นของเค้า
ที่น่าสนใจ ถ้าไปในเมืองแบบ KL เราจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
เลยแฮปปี้มากที่ได้มาที่นี่ ถึงอากาศจะร้อนไปหน่อยก็ตาม

ส่วนเรื่องอากาศ
อยากบอกว่าอากาศที่มาเลย์ร้อนกว่าไทย แต่อาจจะสูสีกันในบางเวลา
แต่ที่แย่ก็คือ มาเลย์จะไม่ค่อยมีลมพัด ซึ่งเราไม่รู้ว่าทำไม
และมันยากต่อการหายใจมากกก ยิ่งเวลาเดินเหนื่อยๆ มันจะหอบ
พอหอบ ไม่ค่อยมีอากาศหายใจ อาจตายได้ (เว่อร์ปะ)
เราเลยไม่ค่อยมีความสุขนักกับสภาพอากาศของนาง

เอาเป็นว่าวันนี้ กลับโรงแรม สลบบบบ 

Music of the night - Even If I Don't - Rachael Yamagata


You Might Also Like

1 comments

  1. ตามมาต่อตอนสอง แม่ถ่ายรูปสวยอะ ^^

    ReplyDelete