Just be yourself


Sunday, March 13, 2016

The one...


You make my heart feel like Summer,
stuck in the middle of July, 
I loved you in the warmest weather
and you gave me a little sunshine 
every morning,
it still feels like July when I think of you 

.

.

มีเรื่องๆ นึงที่เราคิดว่าเราถนัดมาก มากพอๆ กับวาดรูปหรือเขียนเรื่องราวต่างๆ นั่นก็คือเรื่องความรัก 
อ่ะ อาจฟังดูน่าเบื่อ ใครๆ ก็พูดถึงความรัก แต่ความรักที่แต่ละคนเจอนั้นไม่เหมือนกัน อาจมีคล้ายกัน
บ้าง แต่เราเชื่อว่าไม่มีเรื่องไหนที่เคยเหมือนกันสักเรื่อง (หรือมีวะ ช่างเหอะ) เราสนใจในเรื่องนี้ 
และรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องหลักๆ ในชีวิตที่เรายอมเสียเวลาให้มันมากที่สุด ทั้งเสียเวลาแบบคุ้มค่า 
และเสียเวลาแบบเปล่าประโยชน์ แต่ก็อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ ว่าไม่ว่าเรื่องมันจะดีหรือร้าย 
จะเสียใจหรือจะดีใจมายังไง ท้ายที่สุดแล้วทุกคน ทุกเรื่องที่เราเจอมันคือความทรงจำ
มันคือบทเรียน และสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้เราโตขึ้นมาอีกก้าวนึง จริงค่ะ 

เรื่องความรักกับเรื่องการศึกษาและเรียนรู้คนมันก็มาคู่ๆ กัน พอเราเจอคนมากหน้าหลายตาเข้า 
เราก็ย่อมต้องมีการเปรียบเทียบกันเบาๆ อย่างเช่นตอนนี้เราเจอคนนี้ แม่งคุยยากชิบหาย 
ก็ทำให้เรานึกไปถึงคนก่อนๆ ว่าคนนั้นเป็นยังไง อะไรแบบนี้ ไม่ได้เปรียบเทียบ แต่แค่รู้สึกว่า
มันต่างกัน และเราก็ต้องเรียนรู้หาทางรับมือ ไม่สิ หาทางอยู่ร่วมและเข้าใจเค้าให้ได้
คนบางคนมีกำแพงหนาและสูงยากที่จะปีน แต่ใช้เวลาสักนิดกำแพงนั้นอาจจะพังทลาย
ลงไปช้าๆ คนเราต้องเรียนรู้กัน แต่กับคนบางคนก็ยากจะเข้าใจยากจะเข้าถึง บางคนแม่ง
ให้ตายยังไงก็ไม่เปิดให้ อันนี้เริ่มเสียเวลาละ แต่ก็ถ้ารักก็ลองดู 

เรานึกไปถึงความรักในช่วงนึงที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน เราเคยได้มีความรักความรู้สึกดีๆ
กับคนๆ นึง ที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น แต่มันก็เกิด กับคนที่เราไม่คิดว่าจะเจอ แต่เราก็ได้เจอกัน
เราเชื่อในเรื่องโชคชะตานะ ไม่มีใครที่ไหนมาเจอกันโดยบังเอิญหรอก แต่มันก็ไม่ใช่ความตั้งใจ
อาจจะเป็นความน่าจะเป็นอะไรบางอย่าง แต่เราเชื่อว่ามันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
มันมีเหตุผลของมันว่าทำไมเราต้องมาเจอคนๆ นี้ ไม่ว่าที่สุดแล้วจะดีเหี้ยแค่ไหน ทุกอย่าง
คือต้องเกิด ทุกสิ่งมันก็สวยงามในแบบนั้น ..เริ่มนอกเรื่องละ มาต่อกันดีกว่า คือเราว่าความรัก
ครั้งนั้นมันช่างดูคลุมเครือ เราเป็นอะไรกัน ทำไมเราชอบกัน ทำไมเราจูบกัน เราจับมือกัน
แล้วทำไมเราถึงบอกคิดถึงและบอกชอบกันตรงๆ ไม่ได้ ทุกอย่างมักจะมีเหตุผลเฉพาะตัว
ที่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรยากเลย แต่ใจเราทำให้ยากเอง ..เธอไม่อยากบอกเราว่าคิดถึง เพราะเธอ
ไม่อยากสานสัมพันธ์นี้ให้ยืดยาว เพราะยังไงเราก็ต้องไป ...งั้นเหรอ? ตอนนั้นเราไม่ค่อยเข้าใจ
เพราะเราเป็นคนตามใจตัวเองมาก ใจนำความคิด ถ้าใจชอบอะไรปุ๊บ เรายอม เราตามมัน
ถึงแม้บางครั้งจะรู้ว่าแม่งต้องเจ็บแน่นอน แต่ใจมันสั่ง กูต้องทำอะ เพราะถ้าไม่ทำกูเสียใจแน่นอน
แล้วเป็นไง... เจ็บไง ความรักครั้งนั้นถึงจะดูคลุมเครือ ไม่แน่ใจในสถานะ แต่รู้อยู่แก่ใจว่าเราทั้งคู่
มีเวลาจำกัด ชั้นต้องกลับบ้าน เธอต้องอยู่นี่ ที่ๆ ไกลจากบ้านเราเป็นหลายพันไมล์ เราจะรักกันได้ไง
เธออาจสงสัย แต่สำหรับเรา เรารักได้ ถ้าอีกฝ่ายพร้อมและใจเต็มมาให้ เราก็ยอม ยากแค่ไหน
ก็จะทำ เห็นมั้ย? มันต่างกัน และถึงแม้ว่าความคลุมเครือนี้จะทำให้รำคาญใจไม่น้อย แต่มีสิ่งนึง
ที่เรารู้สึกมั่นใจได้นั่นก็คือความรู้สึกที่เธอมีให้เรา ...เธออาจไม่เคยพูด แต่เราสัมผัสได้ เราจำได้
ว่ามีโมเมนต์ที่เรามองตากันนานมาก ตาของเธอ เรามองตากัน คำพูดมากมายที่เราไม่สามารถ
พูดออกมาได้ ตาเธอบอกมาหมดแล้ว มันมีทั้งความเศร้า ความขมขื่น ความปรารถนา และความ
สับสน เสียใจ ทุกอย่างอยู่ในนั้น และด้วยการแสดงออก การสัมผัสทุกอย่างของเธอ ถึงแม้ไม่บอก
เราก็รู้สึกได้ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเรา แค่นี้มันก็พอแล้ว

แต่กับบางคนที่เคยเจอ อันนี้แปลกและประหลาดที่สุด แต่ความจริงถ้ามองง่ายๆ อาจไม่มีอะไรเลย
อาจดูกลวงๆ ลวงๆ หลอกๆ แต่เราไม่อยากเสียเวลาไปกับการตั้งคำถามที่ไม่ควรค่าแก่การหาคำตอบ
กับคนบางคนที่เข้ามาหาเรา มาทำเป็นสนใจ มาทำเหมือนห่วงใยและต้องการอะไรบางอย่าง
แต่เรากลับไม่เคยรู้สึกความจริงใจและความรู้สึกที่แท้จริงที่เค้าให้มาเลย ถามว่าเพราะอะไร?
และทำไมถึงต้องคิดว่าเราไม่รู้อีกเหรอ ทำขนาดนี้? ...บางทีก็อยากจะบอกนะ ว่าเรื่องแบบนี้
ใครจะทำก็ได้ ไม่ชอบก็ทำได้ แต่สิ่งที่เธอทำ มันไม่ได้บอกว่าชอบหรือไม่ชอบ ถ้าคิดว่าชอบแล้ว
นี่คือการกระทำที่เธอทำ เราไม่เข้าใจ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องทำความเข้าใจอะไรต่อไป
ในเมื่อทุกอย่างมันดูขัดกันไปซะหมด เหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน (ใช่ป่ะวะ) ที่เจอกันแล้วผลัก
ออกจากกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะพยายามเข้าใกล้กันแค่ไหน พลังงานบางอย่างมันผลักเราออก
ความจริงเราก็รู้มาตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว ว่ามันไม่ใช่ ยิ่งคุยก็ยิ่งไม่ใช่ และไม่ว่าจะสัมผัสหรือ
สายตาอะไรก็ตามแต่ เราบอกไม่ได้เลยว่ามันคือการแสดงหรือมันคือความรู้สึกที่แท้จริง เราอยาก
ทำความเข้าใจกับการกระทำแปลกๆ แบบนี้ มันมีด้วยเหรอคนบนโลกที่คิดว่าตัวเองต้องการความรัก
แต่พอเจอความรัก ก็ปล่อยมันไว้เฉยๆ ไม่ได้อยากจะคว้าหรือทำให้มันหายไป ...เราว่าแม่ง
เห็นแก่ตัวว่ะ แม่งไม่แฟร์ และมันมีด้วยเหรอคนที่สนใจแต่เรื่องของตัวเอง สนใจแต่สิ่งที่ทำให้ตัวเอง
มีความสุข มีเวลาว่างอ่ะ กูไปดูหนังจ้า ไปปาร์ตี้ ไปคอนเสิร์ต แต่ไม่เคยแม้แต่จะชวนหรือจะบอกกล่าว
อะไรเลยว่าไปไหนหรือทำอะไร มึง.. กูไม่ได้อยากรู้หรือต้องรายงานขนาดนั้น แต่คือ คนเหี้ยอะไรวะ
ที่ไม่บอกอะไรเลยและคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องบอก คือมันเหมือนว่ามึงไม่เคยอยากมีกูในโลก
มึงเก็ทฟีลป้ะ คือ.. (เริ่มใส่อารมณ์แล้วว่ะ เอาไง) เกิดมาไม่เคยเจอมาก่อนคนประเภทนี้ ที่ดูเหมือน
เอ่ยปากว่าต้องการความรัก สามารถเป็นคนรักที่ดีได้ อ่ะนี่ก็สงสัยแต่แรกแล้ว สรุปแม่งก็ไม่ใช่ป่ะ
อ่ะ หรือว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราเลยแม้แต่นิด เราไม่ใช่คนที่ถูกเลือกไง เลยไม่ใส่ใจ ไม่ได้แสดง
พลังในด้านนั้นออกมา อ๋อ.. ก็ไม่บอกแต่แรก เสียเวลามาก คนอะไร พยายามพูดด้วย พยายามถาม
พยายามเจรจาและให้เอ่ยปากบอกมาว่าจะเอายังไง ก็ไม่เคยพูด เห็นแก่ตัวจัง แล้วในที่สุดความ
เห็นแก่ตัวนั้นแหละ ที่ไม่ทำอะไรเลย ก็ต้องทำให้คนที่ทนไม่ไหวต้องไป ..โห สุดยอดเลยอ่ะ เก่งจัง

และคนแบบนี้แหละ ที่รู้สึกภูมิใจเหลือเกินว่าเป็นผู้ชนะ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าคิดว่าชนะหรือแพ้อะไรมั้ย
เราไม่ได้มองมันว่าเป็นเกม เราว่ามันค่อนข้างเสียเวลา และเราก็บอกไม่ได้ว่าเราดีใจหรือเสียใจ
ที่ได้เจอกับคนแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่แย่มาก แย่เหมือนเราเจอโรคร้ายอะไรบางอย่างเข้ามาในตัว
ร่างกายเราพยายามจะรับมันเข้ามาไว้ แต่มันทนไม่ไหว มีแล้วก็บั่นทอนไปเรื่อยๆ แล้วมันก็เจ็บ
ปวดที่ต้องกำจัดโรคนั้นออกไป เข้าใจใช่มั้ย ...และถ้ายังคิดว่าเรามัวแต่โทษกันแบบนี้ ก็หัดมอง
ย้อนไปที่ตัวเองบ้างนะ ว่าเธอเป็นคนแบบไหนและทำอะไรไว้เราถึงได้คิดแบบนี้.. อยากเห็นจังจ่ะ
ว่าคนแบบนี้จะมีแฟนแบบไหน คนแบบไหนน้า ถึงจะอยากมีรักกับคนแบบนี้ได้ หื้มสงสัยจัง

อย่าโทษแค่คนอื่น ดูตัวเองด้วย (บอกทุกคนค่ะบอกตัวเองด้วย)

ความรักที่น่ารักที่สุดก็คงจะเป็นความรักที่มีแล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้น มีความสุขขึ้น มาซัพพอร์ท
ความรู้สึกและจิตใจกัน คนแบบนี้สังเกตได้เวลาเราอยู่ด้วยกันและคุยกัน ตาเราจะเป็นประกาย
ใส่กันเวลาคุยเรื่องอะไรก็ตาม และส่วนมากมักเป็นคนที่ตาปิ๊งใสๆ ไปกับเราด้วยเวลาที่เราพล่าม
เรื่องความฝันและสิ่งที่เราชอบ คนเหล่านี้มีมาก แต่เป็นเพื่อนไปซะหมด แต่ที่ผ่านมาความรักแบบนี้
ก็เคยมีบ้าง แต่เราคิดว่าคนเรามีนิสัยแบบไหน มักจะได้เจอกับคู่รักที่มีนิสัยในแบบที่เข้ากับเราได้
อาจไม่เหมือนไปซะหมด แต่เป็นอีกเคมีนึงที่มาผสมเข้ากันได้ เหมือนจิ๊กซอว์ที่มีแพทเทิร์นของมัน
ว่าชิ้นที่จะมาต่อได้มันจะอยู่ในรูปร่างประมาณนั้นนะ แต่อาจเป็นดวงซวยของนิสัยชั้น ที่ชั้นเจอ
แต่คนที่มีความซีเรียส มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความไม่เก็ทความเกรียนของกู มีความไม่เก็ทเพจน้อง
(อันนี้น่าจะเข้าใจได้ว่าหมายถึงยังไง) มีความเอาเราอยู่ อันนี้โอเค ดี แต่ทุกวันนี้ก็ยังคง
มองหาคนรักที่มีความเกรียนและซนๆ ก๋ากั่น แต่เพื่อนหลายคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า
มึงคบกับคนแบบนั้นไม่ได้หรอก ตีกันตายแน่นอน... เอ้า ยังไม่ทันลอง ไหนอ่ะ ก็ลองเข้ามาสิ

และท้ายนี้ ขอสารภาพอีกเรื่องที่ใครก็ตามที่พอจะรู้จักเราก็ย่อมรู้ดี...
ว่าเรามีความรักครั้งนึงที่เราไม่เคยลืม และยังคงรักมาจนถึงวันนี้
มันไม่ใช่ความรักอะไรแบบไหน มันคือความรักแบบนึง แบบที่รักหมดใจให้คนๆ นึง
และตอนนี้ก็ไม่ได้หวังแล้วว่าจะต้องขึ้นไปบนบัลลังก์เดียวกับเธอ
(อย่าเพิ่งเอือมว่า บัลลังก์เหี้ยไรวะ 555 คือเรามียศฐาบรรดาศักดิ์เป็นควีนกันน่ะค่ะ)
เราแค่ดันไปตกหลุมรักควีนคนนึง ในดินแดนอันไกลโพ้น

หรือบางที เป็นควีน ก็ต้องก่อสงคราม
แต่ถ้าคิดว่าสู้ไปแล้วไม่ได้อะไร ยอมแพ้ก็ได้ ยอมรับ
เพราะไม่อยากเสียเวลากับสิ่งไร้ค่าที่ไม่ได้อะไรกลับมาค่ะ



No comments:

Post a Comment