I Miss the Streets I Was Walking With Her - เดินไกลแค่ไหนก็ไม่เคยเหนื่อย ถ้ามีเธอเดินข้างๆ

12:52 AM


สถานีรถไฟ Slussen, Stockholm

ที่นึงในความทรงจำพิเศษๆ

เธอเป็นคนชอบเดิน เราอาจไม่รู้จักเธอในด้านไหนดีเป็นพิเศษ ด้วยความที่เราเพิ่งเจอกันและรู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่เราก็เข้ากันได้ไม่ยาก ด้วยความที่มีนิสัยรักการเดินทางและชอบอะไรเหมือนๆ กันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอเป็นคนที่มีเคมีเข้ากับทุกคนได้ไม่ยาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากจะเห็นเราคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานและแววตาเป็นประกายขนาดนั้นได้แค่เพียงเพิ่งพบเจอ และสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้ได้ทันทีก็คือ เธอเป็นคนชอบเดิน... เธอพาเราเดินไปตามถนนต่างๆ ได้อย่างเชี่ยวชาญและมั่นใจ ถึงแม้บางครั้งเธออาจจะต้องพึ่งแผนที่ในโทรศัพท์บ้าง (แน่ล่ะ ใครจะรู้ทางและรู้จักเมืองที่ตัวเองอยู่ได้ครบทุกส่วนทุกตอนกัน) แต่มันก็ทำให้เราหลงเสน่ห์ความมุ่งมั่นและความชิลในเวลาเดียวกันของเธอ เราอาจจะดูเด๋อๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยรู้จักสต๊อกโฮล์มมากเท่าไหร่ และอาจดูเงียบๆ ที่ไม่ถามเธอมากมายว่าจะไปไหน แต่เสน่ห์อย่างหนึ่งของเราสองคนก็คือเรามีความสุขที่จะเดิน เดินไปเรื่อยๆ จุดหมายของเราอยู่ในใจเธอ และเราก็มั่นใจว่าทุกที่ที่เธอพาไปมันต้องมีแต่ความสุขแน่นอน แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ หลายครั้งที่เธอพาเราเดินไปนู่นมานี่ พาลงรถไฟใต้ดิน ขึ้นรถไฟ นั่งคุยกัน อ้าวขึ้นผิดสาย ปะ.. ไปเปลี่ยนรถไฟคันนู้นกัน เราจะไปที่นู่นนะ ไม่ใช่ที่นี่ เราไม่เคยปริปากบ่นหรือสงสัยอะไรในเธอเลย อาจมีแต่วันแรกที่เรารู้สึกว่า เอ๊ะ เราคล้อยตามเธอมากไปหรือเปล่า และถ้าเธอจะพาเราหลอกไปขายทำยังไง?! (ล้อเล่นน่า นี่แค่ความคิดบ้าบอเท่านั้นเอง) ระหว่างทางที่เราเดินเคียงข้างกันก็มีบทสนทนาที่น่าสนใจอยู่เสมอ เธอถามนู่น เล่านี่ เราฟังบ้าง พูดบ้าง สอนเธอพูดภาษาไทยบ้าง อะไรก็ว่าไป เราเรียนรู้กันจากบทสนทนาและความคิดที่แลกเปลี่ยนกัน แต่กระนั้นเราก็ยังเป็นคนไม่ค่อยช่างพูดเมื่ออยู่กับเธออยู่ดี อาจเป็นเพราะเวลาเราชอบใคร เรามักจะสร้างกำแพงอะไรบางอย่างขึ้นมารอบๆ ตัว อาจเป็นเพราะกลัว ไม่อยากทำตัวไม่คูล หรืออะไรก็ตามแต่ เราเพิ่งมารู้สึกตัวได้ไม่นานว่าเราเป็นแบบนี้มาตลอด ก่อกำแพงบ้าบออะไรไว้จึงทำให้คนๆ นั้นเค้าก็เข้าไม่ถึงเราในแบบที่ควรจะเป็น บางครั้งอยากพูดหรืออยากถามอะไรก็กลายเป็นไม่อยากเอ่ยปากออกไป เขินหรือว่าฟอร์มจัด อันนี้แล้วแต่สถานการณ์ และเราก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง ผิดกับเวลาอยู่กับเพื่อนคนอื่นๆ เราสามารถพูดพล่ามทุกเรื่องและเล่านู่นเล่านี่ได้อย่างไม่ต้องกลัวความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น ทำไมเวลาเราชอบใครเราต้องทำอะไรให้ยากด้วยเนี่ย ก็ไม่เข้าใจตัวเอง เธอเองก็ไม่เข้าใจเรา แต่ก็ไม่ใช่เพราะเราซะทีเดียว เราสังเกตท่าทีของเธอและรู้สึกว่าตัวเธอเองก็มีความลี้ลับพิศวงที่น่าค้นหามากมายเหลือเกิน บางครั้งเธอเหมือนโจทย์เลขยากๆ ที่ต้องถอดสมการเยอะๆ ซึ่งใครๆ ก็รู้ดีว่าเราโง่เลขมาก แต่บางครั้งเธอก็ดูเหมือนแค่ 2+2 = 4 อะไรแบบนี้ เธอเป็นคนเฟรนด์ลี่และน่าเข้าหา ใครๆ ก็รักเธอ ใช่ แต่เธอเองก็เว้นที่ว่างออกห่างจากคนมาสเต็ปนึงเหมือนกัน เรื่องแบบนี้คงเป็นที่นิสัยของคนแตกต่างกันไป แต่เราอยากที่จะเรียนรู้เธอ แต่ก็ไม่รู้จะหาทางไหนที่จะรู้ไปมากกว่านี้ บางครั้งเวลาเราเล่าอะไรหรือพูดอะไรออกไป เธอเองก็ไม่ได้ทำท่าว่าสนใจหรือโฟกัสกับเรามากๆ แบบเพื่อนคนอื่นที่เราลองสังเกตดู สิ่งนี้เลยอาจทำให้เราไม่กล้าพูดอะไรออกไปมากอีก เลยเงียบๆ กันไป ก็เงียบทั้งคู่แล้วจะรู้อะไรกันล่ะ แต่ไม่เป็นไร บางทีเธออาจจะเขิน หรือเหนื่อย หรืออะไรก็ตามแต่ เราก็ชอบเธอยู่ดี เราชอบเวลาที่เราอยู่ใกล้ๆ เธอแล้วเธอชอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเรา บางทีเราก็รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ตัวบ้าง เธอมักจะยิ้มเวลาถ่ายรูปเรา และเราเองก็ต้องยิ้มไปด้วย แล้วก็แน่ล่ะ เขินตามเคย เราลองมานั่งคิดๆ ดู บางทีบุคลิกเราอาจดูเป็นสาวน้อยที่ใครๆ ก็อยากจะเอ็นดูก็ได้ เพราะเท่าที่สังเกต เธอก็มีความเอ็นดูและโปรดปรานเราในระดับหนึ่ง เป็นระดับที่ถ้าลองคิดว่าตัวเองเป็นใครสักคนที่ไม่ใช่เรา เธอก็อาจจะไม่ได้ปฏิบัติกับเราแบบนี้ มีครั้งนึงที่เราเดินลงมาจากรถไฟ เราเดินตามเธอ เธอหันมายิ้มให้เราและเดินช้าลง พอเราใกล้กันเธอก็หัวเราะเบาๆ แล้วเอามือมาจับผมที่ยุ่งเหยิงของเราให้เข้าที่ พอเดินไปสักพัก มีสาวเอเชียคนนึงเดินผ่านแล้วมองมาที่เราสองคน ไม่รู้ว่าเพราะชุดเวียดนามที่สาวคู่ใจข้างๆ เราใส่ หรือเพราะเค้าคิดอะไรอื่น แต่วินาทีนั้น เธอ (เธอของเรา สรรพนามเธอนี่มันน่างงเหลือเกิน) เอามือมาโอบไหล่เรา สายตาเราสบเข้าให้กับดวงตาคู่นั้นของสาวเอเชีย... ในใจเราคิดว่า ‘คิดว่าชั้นเป็นแฟนกับยัยนี่สินะ’ เพราะจังหวะมันได้พอดี ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร บางครั้งเราไม่มีอะไรต้องพูดกันมากมายนอกจากสายตาที่ทำให้เราต้องพิศวงกับเธอว่าเธอคิดอะไรอยู่ คืนก่อนหน้านี้เธอพาเราไปปาร์ตี้นึง ปาร์ตี้ที่เราไม่รู้จักใครและไม่รู้อะไรเลย เราไม่มีอยู่ในอารมณ์ที่อยากเต้นหรือสนุกสนานอะไรสุดเหวี่ยงขนาดนั้นเพราะวันนั้นเราเหนื่อยมาก แต่การที่ได้เจอเธอและออกมาเที่ยวด้วยกันเป็นอะไรที่ดีที่สุดของวันนั้นแล้ว มีหลายโมเมนต์ที่เธอทำให้เราใจเต้นแรงๆ เหมือนเวลาอยู่ม.ต้นแล้วตกหลุมรักใครสักคน มันเป็นความรู้สึกแบบนั้นเลย เธอบอกกับเพื่อนเธอว่าเราน่ารัก เรายังไม่ทันพูดอะไรตอบกลับไปเธอก็โน้มตัวลงมาจูบแก้มเราเบาๆ จนถึงวันนี้เรายังจำได้ว่ามันรู้สึกยังไง และเป็นแก้มข้างไหน บ้าจริงแฮะ และอีกโมเมนต์นึงที่เรากับเธอยืนอยู่ข้างๆ กันเงียบๆ ไม่พูดอะไร ท่ามกลางคนมากมายในปาร์ตี้นั้น แต่เราไม่ได้พูดอะไรกัน เธอเอามือมาโอบไหล่เราไว้ เราเลยกอดเอวเธอ แล้วก็ซบไปแบบนั้น ความรู้สึกตอนนั้นมันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูก มันเป็นความอบอุ่นที่น่าพิศวงที่ทำให้หัวใจสับสนใจอยู่นิ่งได้ไปชั่วขณะ บางทีเธออาจเป็นใครสักคนที่ขี้เหงาและแค่ต้องการใครสักคนที่ไม่ต้องพูดอะไรมากแต่แค่เข้าใจกัน ไม่รู้สิ เธอคือความพิศวงที่เราคงยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับหลายๆ สิ่งที่เธอทำได้ในเร็ววัน และเธอก็มีความน่าดึงดูดที่ทำให้เราตกหลุมรักได้ไม่ยาก จากวันนั้นมาถึงวันนี้เราก็คิดถึงเธอมาก คิดถึงมากกว่าที่เคยด้วยซ้ำ น่าเศร้าที่เราต้องอยู่ห่างไกลกันครึ่งโลก แถมตอนนี้เธอก็หายไปในนิวยอร์ค เมืองแห่งความวุ่นวายที่ทุกอย่างคงหมุนเร็วกว่าทุกสิ่งบนโลก บางทีเธออาจลืมนึกถึงเราไปแล้วด้วยซ้ำ ใครจะไปรู้ ดูเธอจะมีเพื่อนมากมายในชีวิต และเราก็คงเป็นแค่หนึ่งในนั้นที่รอคอยว่าสักวันจะมาพบกันอีก... หรือไม่ก็ถ้าโชคดีเธออาจคิดถึงกันและส่งข้อความมาบ้าง ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะเล่าเกี่ยวกับเธอ และยังมีอีกหลายที่ที่เธอพาเราไปเดิน เธอกลายมาเป็นคนโปรดที่น่าเดินเล่นด้วยสำหรับเราไปแล้ว แต่เสียดายที่อีกนานกว่าเราจะได้เจอกันอีก เธอรู้ดีว่าเราชอบเธอมาก แต่เราไม่รู้ว่าเธอรู้ว่าเราชอบเธอมากแค่ไหน และคิดถึงมากๆๆๆๆ มันเป็นยังไง เธอไม่เข้าใจ ไม่เคยเข้าใจแน่นอน บ้าเอ๊ย (เอ๊าไปว่าเค้าอีกเนอะ) ไม่ว่าจะน้อยใจหรืองอนเธอมากแค่ไหน เธอโชคดีอย่างนึงตรงที่เราก็ยังรักเธออยู่ดี ก็ไม่รู้ว่าทำไม สงสัยเป็นเพราะเราอยากเดินเล่นกับเธออีกมั้ง

เธอคือใคร? ลองอ่านนี่ดู : http://mayajett.blogspot.com/2015/09/mj-random-journey-europe-sweden-part-1_9.html

You Might Also Like

0 comments